Nagoya | SCMAGLEV and Railway Park พิพิธภัณฑ์รถไฟญี่ปุ่น

ครึ่งบ่ายในนาโกย่า จะขอพาไปชมพิพิธภัณฑ์รถไฟ (SCMAGLEV and Railway Park) ที่รวมคอลเล็คชั่นรถไฟ 39 ขบวน รวมถึงชินคันเซ็นและรถไฟพลังแม่เหล็กที่มีความเร็วสูงที่สุดโลก ณ ตอนนี้ สำหรับคนที่สนใจ อยากมาค้นคว้าข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มาดูเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ แนะนำรัวๆ ไม่ผิดหวัง สำหรับใครที่ชื่นชอบรถไฟเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งต้องมา สถานที่แห่งนี้ตอบโจทย์ของคุณได้แน่นอน

การเดินทาง

เดินทางโดยรถไฟ โดยใช้เส้นทาง Aonami Line สายสีน้ำเงิน มาลงที่สถานี Kinjo Futo สุดสาย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที (ฉะนั้นวางแผน เผื่อเวลาเดินทางหน่อยก็ดีครับ เพราะอยู่มิวเซียมอยู่ห่างจากตัวเมืองมาก) พอออกจากสถานี พิพิธภัณฑ์อยู่ไม่ไกลแล้วครับ เดินแปบเดียวถึง – เนื่องจาก Train Service Provider เป็นคนละเจ้ากับที่เราเคยขึ้น ตั๋ว Subway รายวัน กับ JR Pass เลยใช้ไม่ได้ครับ ต้องซื้อตั๋วแยกต่างหาก ราคา 350 เยน (ขาเดียว) หรือ 700 เยน (ไปกลับ)

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก 500 เยน (เสียเงินเพิ่ม หากต้องการทดลองขับรถไฟของจริงผ่าน Simulator)
Audio Guide ภาษาอังกฤษ ค่าเช่า 500 เยน

เวลาเปิด-ปิด
10:00 – 17:30 (เปิดให้เข้าชมได้ถึง 17:00)
ปิดวันอังคาร และตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. – 1 ม.ค.

Nagoya_Subway_Network

 

แผนที่ทางไปชานชาลารถไฟสาย Aonami Line อยู่ใกล้กับทางออก Shinkansen  (เดินหาตั้งนานแน่ะกว่าจะเจอ)

Railway_Museum_Map_2

 

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_001

จากสถานี เดินตามป้ายโลด

Railway_Museum_Map_3

อาคารอยู่ใกล้ทางออกสถานีนิดเดียว

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_002

ถึงละครับ Railway Museum ภายนอกเป็นอาคารทรงเหลี่ยมๆ คล้ายโกดัง ดูเรียบๆ ไม่น่าเข้าซะเลย

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_003

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_004

SCMAGLEV and Railway Park เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2011 สถานที่แห่งนี้คือพิพิธภัณฑ์รถไฟของบริษัท Central Japan Railways (หรือเครือ JR ที่เรารู้จักนั่นเอง) จุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวหรือคนที่สนใจในเทคโนโลยีและความล้ำสมัยของรถไฟความเร็วสูงในญี่ปุ่น โดยมีส่วนที่จัดแสดงหัวขบวนรถจักรไอน้ำ รถไฟหัวกระสุนชินคันเซน (Shinkansen) และล่าสุด รถไฟพลังแม่เหล็ก (Maglev)

หัวขบวนรถไฟจำนวน 39 ขบวนที่ปลดประจำการแล้วถูกนำมาจัดแสดงในมิวเซียมนี้ ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าชมเข้าไปนั่งข้างในได้ด้วย รวมไปถึงส่วนแสดงข้อมูลแผนการก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างโตเกียวและโอซาก้าในอนาคต นอกจากนี้ที่ชั้นสองยังมีห้องสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับเด็กๆอีกด้วย

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_005

เคาน์เตอร์ขายตั๋ว

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_007

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ราคา 1000 เยน เด็กนักเรียน ราคา 500 เยน อายุต่ำกว่า 3 ขวบ เสียแค่ 200 เยน ถ้ามาเป็นกลุ่มมากกว่า 20 คน จะได้ส่วนลดอีก

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_006

เครื่องขายตั๋ว ใช้งานง่ายมาก แค่จิ้มว่ามีผู้ใหญ่กี่คน เด็กกี่คน จากนั้นใส่เงินลงไป รอตังค์ทอน จบ ง่ายนิดเดียว

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_008

ที่นี่มีตู้ฝากของให้บริการ สำหรับใครที่มีสัมภาระต้องการฝาก

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_009

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_012

 

หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของที่นี่คือการจำลองขับรถไฟชินคันเซ็น จะได้รับประสบการณ์ในการเป็นคนขับรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหรือปิดประตู โดยการจำลองในครั้งนี้จะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าทั้ง 100 และ 500 เยน และการจองจะต้องมาติดต่อที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้า การจองนั้นจะถูกกำหนดโดยการจับสลากโดยจะใช้เวลาประมาณ 4 ครั้งต่อวัน

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_011

โชว์ตั๋วเข้าให้เจ้าหน้าที่สแกน แล้วจะได้โบรชัวร์และแผนที่มา

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_010

Guide Map ส่วนที่จัดแสดง มี 2 โซนใหญ่ๆ คือโซนห้องมืด (ซึ่งอยู่ติดกับป้ายสีแดง You are here ) และโซน Hall ใหญ่ โดยทั้งสองส่วนสามารถขึ้นไปชมวิวโดยรอบที่ชั้นสองได้

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_013

เริ่มต้นที่ห้องแรกที่กันเลยดีกว่าครับ ภายในห้อง จะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของรถไฟญี่ปุ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งออกได้เป็น 3 Generations ใหญ่ๆ ได้แก่ รถจักรไอน้ำ รถไฟหัวกระสุนชินคันเซน และรถไฟพลังแม่เหล็ก ซึ่งแต่ละยุคก็มีความพิเศษแตกต่างกันไป

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_015

รถจักรไอน้ำ รุ่น C62 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1948 เป็นรถจักรไอน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หน้าที่หลักของมันคือการลากจูงขบวนรถด่วนพิเศษ เส้นทางวิ่งประจำคือโตไกโด และซันโย (ซึ่งก็คือเส้นทางโตเกียว-โอซาก้า และโอซาก้า-ฟุกุโอกะในปัจจุบัน) ในปีถัดมาได้นำไปให้บริการที่เกาะฮอกไกโดและได้รับความนิยมอย่างมากจะผู้โดยสารทั่วไปและขารถไฟญี่ปุ่น รถด่วนพิเศษที่หัวรถจักรรุ่นนี้ทำการลากจูงขบวนโดยสารที่เป็นขบวนประจำเส้นทางได้แก่ขบวน ซึบาเมะ ฮะโตะ หรือแม้กระทั้งเวลาหัวรถจักรขาดช่วงหมุนเวียน รถจักรรุ่น 62 นี้ก็ยังเคยรับหน้าที่ลากบลูเทรนรุ่น 20 มาแล้วหลายต่อหลายครั้งเช่นเดียวกัน และจะเปลี่ยนเป็นรถด่วนในเส้นทางที่เป็นทางเดี่ยว อาจกล่าวได้ว่า เจ้ารถจักรไอน้ำนี้ถือเป็นพี่ใหญ่สุด ในยุคบุกเบิกของวงการรถไฟญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_016

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_017

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_018

รถไฟหัวกระสุน Shinkansen ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วคำว่า “ชินคันเซ็น” นั้นเป็นชื่อเรียกระบบรางรถไฟ (แปลตรงตามตัวอักษรได้ว่า Shin= ใหม่, Kan=รถไฟ, Sen=เส้นทาง) รวมกันได้ว่า “ทางรถไฟใหม่” ส่วนตัวรถไฟนั้นมีชื่อเรียกได้หลายชื่อทั้ง “รถไฟความเร็วสูง” “รถไฟ Super Express” “รถไฟหัวกระสุน” หรืออะไรก็ตามแต่ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองชื่อก็ไม่ได้ทำให้เกิดความสับสนแต่อย่างใด สามารถเรียกใช้แทนกันได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับทางรถไฟสายเก่า ชินคันเซ็นจะมีความกว้างที่เป็นมาตรฐานกว่า (1435 mm) เส้นทางรถไฟจะคดเคี้ยวน้อยกว่า เพราะเวลาสร้าง เมื่อเจอสิ่งกีดขวางจะขุดอุโมงค์ทะลุหรือสร้างสะพานข้ามไปเลย ทำให้ช่วยย่นระยะทางและประหยัดเวลาไปได้มาก สาเหตุที่เริ่มเปลี่ยนมาเป็นระบบรางใหม่นี้ ก็เพราะญี่ปุ่นต้องการมีรถไฟความเร็วสูงใช้ (แม้ว่าจะติดเรื่องราคาที่แพงและข้อจำกัดเรื่องระบบจ่ายไฟ+รางเดิมโดยรวมถือว่าดีอยู่แล้ว) แต่ญี่ปุ่นมองไกลไปกว่านั้น จึงต้องสร้างระบบรางใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการรวมถึงพัฒนาระบบรถไฟให้มีความทันสมัย ด้วยขนาดและระยะทางของรางที่ใหญ่และไกล ในปัจจุบัน ชินคันเซ็นนั้นจึงเป็นเส้นทางที่ใช้เชื่อมตามเมืองใหญ่ๆในญี่ปุ่นเท่านั้น

จุดกำเนิดของรถไฟหัวกระสุนนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930 โดยรัฐบาลในสมัยนั้น แพลนจะขยายทางรถไฟไปสู่กรุงปักกิ่ง เชื่อมกับทางรถไฟสายไซบีเรียของรัสเซีย หรือแม้กระทั่งยาวไปจนถึงสิงคโปร์เลยทีเดียว แต่ต่อมา โครงการนี้ก็ถูกพับเก็บไปเนื่องจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นอยู่ในภาวะประเทศผู้แพ้สงคราม การรถไฟญี่ปุ่นไม่เพียงต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากการแข่งขันกับทางด่วนรถยนต์และสายการบินในประเทศ แต่ต้องการสร้างรถไฟที่สามารถพัฒนาประเทศ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุุดลง รถไฟชนิดวิ่งเร็วก็ได้เลือนหายไปจากความทรงจำของคนญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งทางรถไฟสายหลักโตไกโดถูกใช้งานจนถึงขีดจำกัดแล้ว + สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ขึ้นสู่วงโคจรขับเคี่ยวกับสหรัฐอเมริกา โลกภายนอกเขาเริ่มแข่งขันกันสำรวจอวกาศแล้ว แต่รถไฟในประเทศญี่ปุ่นยังพัฒนาไปได้ไม่ถึงไหนเลย รัฐบาลญี่ปุ่นจึงตัดสินใจรื้อโครงการชินคันเซ็นอีกครั้งและได้อนุมัติโครงการในปี 1958 แต่ก็เกิดปัญหางบประมาณไม่พอ จึงไปกู้ธนาคารโลก ยอมเสียดอก(ซึ่งแพงมาก และเงินก้อนสุดท้ายในที่สุดก็ถูกผ่อนชำระครบถ้วนในปี 1981) พอได้งบที่ต้องการแล้ว ประธานการรถไฟสมัยนั้นก็ได้แต่งตั้งหัวหน้าวิศวกรคนใหม่ พร้อมนำทีมวิศวกรออกแบบเครื่องบินรบฝีมือดีที่สุด เข้ามาเริ่มโครงการรถไฟความเร็วสูง การออกแบบใช้หลักการทางวิศวกรรมแก้ปัญหา ลดแรงต้านของลม ลดการสั่น ลดเสียงที่ดังเวลาเข้าอุโมงค์ เรียกได้ว่าใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ และในปี 1963 รถไฟความเร็วสูงก็สามารถวิ่งทดสอบได้สำเร็จด้วยความเร็วสถิติโลกในตอนนั้น  257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หนึ่งปีต่อมา รถไฟชินคันเซ็นก็เริ่มวิ่งอย่างเป็นทางการ ทันเวลาก่อนที่กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าญี่ปุ่นกำลังก้าวกระโดด ไม่ใช่ผู้แพ้ในสงครามอีกต่อไป นับแต่นั้นมา และรถไฟความเร็วสูงนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

ด้วยแรงผลักจากภายใน (ความอยู่รอดของการรถไฟญี่ปุ่นและความต้องการพัฒนารถไฟในประเทศ) และแรงกดดันจากภายนอก (โซเวียตและอเมริกาขับเคี่ยวกันสำรวจอวกาศ) ผมว่านี่คือจุดหักเหสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นถีบตัวเอง ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีรถไฟได้อย่างสมภาคภูมิ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_020

ในภาพคือด้านในรถไฟทดลองวิ่ง รุ่น 955 (300X)

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_021

รถไฟพลังแม่เหล็ก SCMAGLEV ย่อมาจาก Superconducting Magnetic Levitating เป็นรูปแบบการขนส่งชนิดหนึ่งที่ใช้แรงยกตัวของสนามแม่เหล็ก ให้รถไฟวิ่งอยู่เหนือราง เพื่อลดแรงเสียดทานและให้รถไฟวิ่งได้เร็วขึ้น เงียบขึ้นและนิ่มนวลขึ้น

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_019

ดีไซน์ล่าสุดของรถไฟพลังแม่เหล็กนี้ รุ่น MLX01 (X – Experimental หรือรุ่นทดลอง) ความเร็วสูงสุด ณ ปัจจุบันที่ทำได้ 581 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สถิติโลก) แซงหน้า TGV ของฝรั่งเศสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าต้องรออีกสักปีสองปีถึงเริ่มวิ่งได้จริง

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_022

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_023

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_024

พาโนยาวๆสักใบในโซนนี้

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_025

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_026

จากมุมสูง

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_027

ขบวนซ้ายสุดในภาพ Series 0 ชินคันเซ็นรุ่นแรก หัวขบวนจมูกนูนยาวถอดแบบมาจากเครื่องบินรบในสมัยก่อน (ปัจจุบันเลิกวิ่งแล้ว)

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_029

จากนี้ขอพาบอกเล่าเรื่องด้วยภาพนะครับ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_030

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_031

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_032

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_033

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_034

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_035

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_036

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_037

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_038

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_039

ด้านนอกก็มีโชว์นะเออ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_040

ส่วนประวัติศาสตร์ หากใครชอบรถไฟญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม คุณเจอขุมทรัพย์ทางปัญญาชิ้นเบอเร้อเข้าให้แล้วครับ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_041

ทุกส่วนการแสดง นอกจากจะมีโมเดลตั้งให้ดู มีรูปภาพ มีจอโทรทัศน์ และยังมีสื่อ Interactive ให้เข้าไปกดเล่นได้

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_042

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_043

เปรียบเทียบรางรถไฟในสมัยก่อน (Narrow gauge) และ รางรถไฟปัจจุบัน (Standard gauge) ความกว้างเพิ่มขึ้น 36.8 เซ็นติเมตร แต่ จนญี่ปุ่นยอมเสียเงินเปลี่ยนร่างทั้งหมด

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_044

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_046

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_047

ที่นี่เขาสร้างเมืองจำลอง มีรถไฟแล่นผ่าน เทียบเคียงกับภูมิทัศน์ในปัจจุบัน ถือว่างานละเอียดสุดๆ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_048

วัดน้ำใส (คิโยมิสุเดระ)

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_049

หอคอยซึเทงกากุ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_050

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_054

ร้ายขายของที่ระลึก

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_055

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_056

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_058

ตารางเวลารถไฟกลับไปนาโกย่า มีทุก 15 นาที

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_059

ตู้สติ๊กเกอร์

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_060

ออกมาด้านนอกแล้วครับ

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_061

ระหว่างรอรถไฟที่สถานี เห็นสถานที่หน้าตาคล้ายโบสถ์คริสต์ตั้งอยู่ ส่วนด้านหลังไกลๆคือโรงงานอุตสาหกรรม

ปิดท้าย SCMAGLEV and Railway Park ด้วยภาพพาโนราม่า มุมมหาชน ที่ใครๆมาก็ต้องถ่าย

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_053

SCMAGLEV_&_Railway_Park_Blog_052

ขอทิ้งทายด้วย Link ข้อมูลรถไฟชินคันเซ็นแบบละเอียด(โคตรๆ ไม่รู้จะสรรหาคำบรรยายใดๆมากล่าวได้) ของคุณ Sweet Broken Heart Machine ในพันทิป ตามไปอ่านต่อได้ที่นี่ครับ >> http://pantip.com/topic/32700405

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้