Kyoto | Fushimi Inari Shrine ฟูชิมิ อินาริ ศาลเจ้าเสาหมื่นต้น

ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเห็น  “อุโมงค์เสาแดงหมื่นต้น” ณ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) อาจจะในหนังสือ เว็บไซต์การท่องเที่ยว หรือที่ไหนก็ตาม หากถามคนที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นหลายคน ก็คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สถานที่แห่งนี้ “น่าค้นหา” และ “ต้องไปเยือน” ในฐานะศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความชอบส่วนตัว ผมจึงปักหมุด เป็นสถานที่อยากมาเห็นกับตา (Must-See) มากที่สุดแห่งหนึ่งของทริปนี้

การเดินทาง
นั่งรถไฟ JR สาย Nara Line มาลงที่สถานี Inari ทางเข้าศาลเจ้าอยู่ด้านหน้าสถานี หรือจะเดินจากสถานี Fushimi Inari สาย Keihan Main Line ก็ได้เช่นกัน

เวลาเปิดปิด
เปิดตลอดเวลา

ค่าเข้าชม
ฟรี

 

 

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_005

ตั้งต้นที่สถานีเกียวโต เช็คพยากรณ์อากาศวันนี้ฝนตกทั้งวัน T_T

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_006

คุณเห็นเหมือนที่ผมเห็นไหม ? 😀

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_008

ไม่รอช้า รีบไปขึ้นรถไฟกันดีกว่า (สถานี Inari รถไฟ JR ผ่านพอดี ฉะนั้น JR Pass ในมือ ใช้ได้)

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_010

Fushimi_Inari_Shrine_Map1

ไม่กี่อึดใจ รถไฟก็ถึงสถานี Inari เมื่อออกจากสถานีรถไฟ ฝั่งตรงข้ามคือทางเข้าศาลเจ้า ใกล้มาก (ขอบคุณภาพจาก Google Streetview)

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_012

อันดับ 1 ของญี่ปุ่น! – สถานที่แห่งนี้ถูกโหวตในเว็บไซต์ TripAdvisor ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับ 1 ของญี่ปุ่นโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปี 2014 มาแล้วไม่ผิดหวัง ประทับใจกลับไปทุกราย (เขาว่างั้นเลย)

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_015

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_016

เสาโทริอิแดงตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_011

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_013

ชำระล้างร่างกายและจิตใจก่อนเข้าศาลเจ้า ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_017

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_018

สาวญี่ปุ่น ^^

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_020

แผนที่ศาลเจ้าและบริเวณโดยรอบ

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_024

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_021

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ศาลเจ้าจิ้งจอก หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องจิ้งจอก?

ตามความเชื่อโบราณของญี่ปุ่น บริเวณแห่งนี้มีภูเขาซึ่งมีเทพองค์หนึ่งนามว่า “อินาริ” สถิตอยู่ เทพอินาริเป็นเทพเจ้าแห่งธัญพืช ตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์สำหรับการเก็บเกี่ยวข้าวรวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ เทพองค์นี้มักมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย (บ้างก็ว่าท่านชอบแปลงกายเป็นจิ้งจอก) เราจึงสามารถเห็นรูปปั้นจิ้งจอกมากมายทั้วบริเวณนี้

นอกเหนือจากรูปปั้นจิ้งจอกอันเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้และถือเป็นแลนด์มาร์คที่คนทั่วโลกจดจำญี่ปุ่นได้อย่างดี นั่นคือ อุโมงค์เสาโทริอิหลายหมื่นต้น ณ ด้านหลังศาลเจ้าที่เรียงตัวทอดยาวทั่วทั้งภูเขาอินาริ

 

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_023

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_024

ก้าวผ่านประตูใหญ่ก่อนถึงตัวศาลเจ้า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_025

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_026

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_027

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_028

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_029

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_030

ศาลเจ้าชินโตแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองเกียวโต และเป็นศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะเวียนมาเที่ยว+สักการะทุกครั้ง

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_031

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_032

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_033

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_034

มุมขายของที่ระลึก ด้านข้างศาลเจ้า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_035

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_036

ถึงตรงนี้ ได้เวลาออกแรงเดินขึ้นเขากันหน่อย ฮึบ!

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_037

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_038

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_039

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_040

ระหว่างทางเดินขึ้นเขา มีศาลเจ้าขนาดเล็ก หรือมินิศาลเจ้า (ตั้งชื่อเองให้เสร็จ) รวมถึงเสาโทริอิขนาดเล็ก และจิ้งจอกตัวเล็กๆด้วย

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_041

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_044

ในที่สุดก็ถึงปากทางเข้า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_045

ณ จุดนี้จะมีป้ายแผนที่ซึ่งต่อเนื่องจากตรงหน้าศาลเจ้า แผนที่เต็มๆจะแสดงให้เห็นเสาโทริอิเรียงยาวโอบรอบภูเขาเลย (ยาวมากๆ) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ถ้าเดินครบรอบต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง ประมาณ 1 กิโลเมตรแรกของทางขึ้นเขาจะมีจุดชมวิวที่เรียกว่า ทางแยกโยซึซึจิ (Yotsutsuji Intersection) โดยเราสามารถเห็นวิวเมืองเกียวโตจากจุดนี้ได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะสิ้นสุดการเดินทางที่จุดชมวิวแห่งนี้เพราะเลยถัดไปก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_046

พอเดินลอดเสาโทริอิใหญ่เข้า จะถึงทางแยกเข้าอุโมงค์ไปได้สองทาง จุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพมากที่สุด เพราะเห็นเสาเรียงเป็นเส้นนำสายตาไปจนสุด (ถ้าอยากได้ภาพที่ไม่ติดคน ต้องกะจังหวะเวลาดีๆครับ เพราะถ้ามาช่วงคนเยอะๆ ถ่ายยากนิดนึงเพราะจะมีคนอื่นอยู่ในภาพตลอด)

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_048

คำถาม: เสาพวกนี้มาจากไหนและมีความสำคัญอย่างไร? 

เสาพวกนี้มาจากการบริจาคในสมัยก่อนครับ  จุดกำเนิดของการบริจาคเสาโทริอิ เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1589 โดย โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ผู้นำญี่ปุ่นในสมัยนั้นได้บริจาคเสาโทริอิขนาดใหญ่ วางไว้ที่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ จากนั้น ผู้คน องค์กรและบริษัทต่างๆก็เริ่มทยอยกันบริจาค มากน้อยแล้วแต่กำลังและความศรัทธา (ราคาเริ่มจากไม่กี่ร้อยเยนสำหรับเสาต้นเล็กๆ ไปจนถึงหลายล้านเยนสำหรับเสาต้นใหญ่ๆ) และเริ่มสะสมมาเรื่อยๆ คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการบริจาคเสาโทริอิจะก่อให้เกิดความสิริมงคลในชีวิต ทำให้ในปัจจุบัน มีเสาโทริอิจำนวนมากที่ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริแห่งนี้

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_047

เดินผ่านเสาแต่ละต้น จะสังเกตเห็นตัวหนังสือสีดำสลักด้านข้างเสา แสดงถึงชื่อคน บริษัทและองค์กรต่างๆที่บริจาคเสาโทริอิ (รวมถึงวันเดือนปีที่บริจาค)
Tip: ถ้าถ่ายรูปในมุมมองขาขึ้นจะเห็นแค่เสาเปลือยๆไม่มีตัวหนังสือบนเสา ทริคคือให้หันหลังกลับแล้วถ่ายภาพจากมุมนี้จะสวยกว่า หากไปวันที่ฝนตก อาจถ่ายรูปลำบากนิดนึง เพราะต้องถือร่มไปด้วย (ใครถือกล้องควรระวังเรื่องน้ำ+ความชื้น) ถ้าผมเปียกก็อย่าลืมจัดการให้เรียบร้อยก่อนถ่ายรูปนะครับ เดี๋ยวรูปออกมาไม่สวย 😀

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_049

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_050

ทั้งสองอุโมงค์จะมาบรรจบกันที่ปลายอุโมงค์ของอีกฝั่ง จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงเสาโทริอิขนาดใหญ่ คนเดินมาถึงตรงนี้ไม่เยอะแล้วครับ อาจเป็นเพราะอุโมงค์เสาต้นเล็กได้รับความนิยมกว่า + อุโมงค์เสาต้นใหญ่ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก

นักท่องเที่ยวส่วนมากขึ้นมาถ่ายรูปกับอุโมงค์เสาโทริอิเสร็จก็เดินกลับลงไป ส่วนของเรา ขอเดินต่อไปอีกหน่อย

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_051

มองไปข้างหน้า สุดลูกหูลูกตาก็ยังเห็นเสาเรียงอีกไกล + ได้เวลาอันสมควร เลยตัดสินใจหันหลัง เดินกลับดีกว่า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_052

มองจากด้านหน้าอาจไม่รู้สึกว่ามีเสาเยอะแยะขนาดนั้น แต่พอได้มาเห็นด้านข้างเท่านั้นแหละ ต้องบอกว่า “มันเยอะโคตร”

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_053

ใบไม้เปลี่ยนสี มีไม่มาก ยิ่งฝนตก ใบไม้ยิ่งร่วงเยอะกว่าเดิม ฮือ

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_054

ขากลับเก็บตกภาพตามรายทาง เดินป๊าดเดียวก็ถึงข้างล่างแล้ว

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_055

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_056

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_058

เวลาเกือบเที่ยง ท้องเริ่มส่งเสียงดัง เห็นคนเดินไปตรอกเล็กๆข้างๆกับศาลเจ้า จึงคิดว่าไปหาร้านทานมื้อกลางวันตรงนั้นดีกว่า

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_059

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_074

เดินผ่านหลายร้าน เลือกไม่ถูกสักทีว่าจะเข้าร้านไหน พนักงานร้านก็ช่วยขายของกันสุดฤทธิ์ ถ้าอยากได้ร้านอร่อยๆ อย่าเพิ่งใจอ่อนครับ ลองเลือกดูหลายๆร้าน เดินผ่านร้านขายของที่ระลึก จนถึงสี่แยก เหลือบไปเห็นร้านนึงย่างปลาไหล ควันโขมง กลิ่นหอมเตะจมูกมาก + คนยืนต่อแถวยาวมาก รู้เลยว่าร้านนี้ร้านดัง เราไม่รอช้า รีบไปต่อแถวทันที ถือคติ ร้านไหนคนเยอะ ร้านนั้นต้องอร่อย

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_060

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_062

ปลาไหลย่างคือเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_063

ขั้นตอนเตรียมนำไปย่าง

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_065

ย่างเสร็จ กลิ่นหอมน่าทานมาก จะนำไปทำกับข้าว หรือขายเป็นตัวๆ โดยแต่ละตัวราคาไม่เท่ากัน (ตามน้ำหนัก)

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_064

ปลาเผาก็มี

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_061

เห็นภาพนี้แล้วอยากจะร้องเพลง “ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ …” นอกเหนือจากไ่ก่ย่าง จริงๆแล้วที่นี่ก็มีนกย่างขายด้วยหละ *0*

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_066

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_067

ร้าน Nezameya ร้านโบราณสไตล์ญี่ปุ่น สืบทราบภายหลังว่าเป็นร้านดังประจำย่านนี้ เมนูมีรูปให้ดู ขนาดป้ายยังมีภาษาไทยเลย ไม่ธรรมดา

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_068

ร้านมี 2 ชั้น แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบ ต้องนั่งเบียดๆกัน

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_069

เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ได้แก่…

อินาริซูชิ (Inari Sushi) ข้าวคลุกงาห่อด้วยเต้าหู้ (คล้ายๆข้าวปั้นห่อด้วยเต้าหู้) สูตรพิเศษของที่นี่ เต้าหูด้านนอกออกนิ่มๆ ส่วนรสชาติของข้าวและงาชุ่มฉ่ำ กลมกล่อมไม่แห้งจนผืดคอเกินไป

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_070

ข้าวหน้าปลาไหลย่าง เกรียมนิดๆ อร่อยใช้ได้ เสียอย่างเดียว ให้น้อยไปหน่อย

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_071

อุด้ง + ซุปน้ำใส รสชาติพอใช้ได้

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_072

ได้เวลาออกจากร้าน มองไปร้านฝั่งตรงข้าม เห็นลุงหลับ มองในแง่ดีว่า สงสัยแกจะเหนื่อย เพราลูกค้าเยอะ 😛

Fushimi_Inari_Shrine_Blog_073

จบแล้วสำหรับทริปตามหาอุโมงค์เสาแดงหมื่นต้น จบลงด้วยความประทับใจเหมือนที่คิดไว้ แม้ว่าจะต้องเผชิญฝนตกโปรยปรายตลอดช่วงเช้า แต่ก็พอได้รูปสวยๆกลับมาบ้างครับ

กินอิ่ม นอนหลับ เอ้ย! มีแรง นั่งรถไฟไปวัดโทฟุคุจิ (Tofukuji) กันต่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

Comments

comments

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้