Fukuoka | Open Top Bus นั่งรถเปิดประทุน ชมรอบเมือง

สำหรับ Fukuoka นั้นจะว่าไปเป็นเมืองที่จะใหญ่ก็ว่าใหญ่ จะว่าเล็กก็ว่าเล็ก มีสถานที่เที่ยวหลายแห่ง การเดินทางภายในเมืองก็ค่อนข้างสะดวกทีเดียว มีทั้งรถโดยสารประจำทาง รถไฟบนดิน-ใต้ดิน ครอบคลุมทั่วเมือง อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมเห็น ไม่ว่ามากับทัวร์หรือมาเที่ยวเอง เวลาลงเครื่องที่ Fukuoka คนมักจะแวะไปเที่ยว Dazaifu หรือเลยไปเที่ยวเมืองอื่นๆต่อทันที ไม่ค่อยอยู่เที่ยวในเมืองกัน มันทำให้ผมสงสัยว่า “ทำไม?” “แล้ว Fukuoka มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง” ในตอนนี้ผมจะพาไปสำรวจเมือง Fukuoka โดยรถเปิดประทุนที่มีชื่อว่า Fukuoka Open Top Bus

Fukuoka Open Top Bus
ดำเนินการโดยบริษัท Nishitetsu โดยรถ Open Top Bus นี้เป็นรถบัสสองชั้นเปิดประทุนเจ้าแรกของญี่ปุ่น มีไกด์บรรยาย (เป็นภาษาญี่ปุ่น) บนรถตลอดการเดินทาง

เส้นทางเดินรถใหม่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 26 ธันวาคม 2014 มี 3 เส้นทาง คือ
1. Momochi Course (สายสีฟ้า)  ผ่านย่าน Momochi Seaside ริมทะเล
2. Hakata Machinaka Course (สายสีแดง)  เส้นทางสายประวัติศาสตร์ ชมสถานที่สำคัญของเมือง Hakata
3. Sparkle Fukuoka Course (สายสีส้ม) ชมเมือง Fukuoka ยามเย็น

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_003

สถานที่สำคัญของเมือง
A – Tenjin, Fukuoka City Hall
B – Fukuoka Tower
C – Ohori Park
D – Ohori Park / Ruins of Fukuoka Castle
E – Hakata Station
F – Kushida Shrine

ค่าใช้จ่าย (ต่อเส้นทาง)
ผู้ใหญ่ 1,540 เยน | เด็ก 770 เยน

รายละเอียดเพิ่มเติม >> http://fukuokaopentopbus.jp/

Tips & Tricks: เวลาเข้าเว็บไซต์ของญี่ปุ่น (ที่ลงท้ายด้วย jp หรือ .co.jp) หลายๆเว็บมักจะมีหน้าให้เลือกภาษาอังกฤษแต่บางเว็บนั้นไม่มี ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับคนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างผมเวลาหาข้อมูล ดูเมนูของร้านอาหาร ฯลฯ อย่างไรก็ดี อาจารย์กู๋ Google สามารถช่วยคุณได้ครับ โดยเข้าไปเว็บนี้  http://itools.com/tool/google-translate-web-page-translator พิมพ์ url ของเว็บไซต์ลงไป แล้วโปรแกรมจะแปลให้เองโดยอัตโนมัติ – แม้ว่าจะไม่ได้ 100% แต่ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยนักท่องเที่ยวอย่างเราๆได้มากทีเดียว

การเดินทาง
ออฟฟิศขายตั๋วและจุดขึ้นรถอยู่ที่ Fukuoka City Hall หรือศาลาว่าการเมืองฟุกุโอกะ อยู่ในย่าน Tenjin สามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานี Tenjin ออกจากสถานี แล้วเดินมาประมาณ 300 เมตรตามแผนที่ครับ

 

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_001

ตึกสูงๆนี้คือ Fukuoka City Hall ครับ ตอนที่ผมไป ข้างหน้าตึกปิดซ่อมปรับปรุงใหญ่ งงมาก หาทางเข้าไม่ถูก เลยเดินไปถามยามแถวนั้น แต่สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ จนแล้วจนรอดเขาเลยพาเดินไปส่งถึงที่ ใจดีจริงๆ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_002

ตึก Fukuoka City Hall จะอยู่เยื้องกับตึก ACROS Fukuoka (ตึกต้นไม้) จุดขึ้นรถจะอยู่นอกอาคาร ดังรูปครับ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_004

ด้านหน้า Fukuoka City Hall ใกล้ๆกันเป็นห้าง Daimaru (ตึกสูงๆด้านขวา)

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_005

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_006

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_007

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_008

มาถึง Fukuoka City Hall แล้ว ข้างในมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆบอกเล่าความเป็นมาของเมือง มีศูนย์ Tourist Information แหล่งข้อมูลชั้นเลิศ เราสามารถไปหยิบโบรชัวร์ได้ที่นี่ครับ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่พูดอังกฤษได้คอยให้บริการ + มีห้องสมุดเล็กๆ ติดกันมีร้านกาแฟให้นั่งเล่นได้ชิลๆ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_010

จุดขายตั๋วรถบัส ตอนนั้นเวลาประมาณบ่ายโมงสี่สิบ ตั้งใจว่าจะขึ้นรถรอบบ่ายสองโมงของรถบัสสายสีฟ้า แต่ปรากฎที่นั่งเต็ม! (ไปกัน 9 คน แต่มีที่นั่งว่างแค่ 4 ที่) เลยตัดสินใจซื้อตั๋วจองไว้ก่อน ไปเดินเล่นแล้วค่อยกลับมา จะสังเกตเห็นว่าข้างหลังมีเสื้อกันหนาว+กันลมให้ยืมอีกด้วย (แสดงว่าอยู่บนรถแล้วหนาวจริง)

ป.ล. จริงๆสายสีอื่นยังมีว่างครับ แต่เราเลือกสายสีฟ้า เพราะเส้นทางวนไปไกลกว่า + อยากไปโฉบแถวย่าน Momochi Seaside พอดี เลยยอมรอขึ้นเที่ยวต่อไป

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_009_011

ส่วนใหญ่พนักงานเคาน์เตอร์ขายตั๋วที่นี่ ไม่ว่าที่สถานีรถไฟหรือตามสถานที่ท่องเที่ยว สามารถพูดอังกฤษได้ทุกคนครับ (ได้มากได้น้อย แล้วแต่คน) แต่ที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ จิตบริการ คนญี่ปุ่นเป็นชาติที่มี service-minded สูงมากก (หนึ่งในเหตุผลที่ชอบคนญี่ปุ่นก็เพราะอย่างนี้ นอกเหนือจากความน่ารัก :P)

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_012
หน้าตาตั๋ว เป็นแบบนี้ครับ บอกวันที่ เวลา หมายเลขที่นั่ง และบอกว่าเราไปเส้นทางไหน

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_013

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_024

ระหว่างรอ ไปเดินห้าง Daimaru มีงาน Fantastic Christmas 2014 เดินเข้าไปใกล้ๆ เสียงเพลงยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เห็นคนยืนมุงเต็มไปหมด หลังจากแหวกฝูงชนเข้าไปก็เห็นสาวๆ 8 คน ยืนร้องเพลง+เต้นบนเวที (น่าร็อคมาก) สักพักเลยเข้าไปถามคนที่นี่ “พี่ๆ วงนี้ชื่อไรหรอ”เขาตอบว่า ชื่อ “Sunmyu 【さんみゅ〜】เป็น Japanese Girl Group” (แนวๆ Girls’ Generation ของเกาหลี) มาเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ใหม่  “First Snow of the Symphony 「初雪のシンフォニー」” ผม ด้วยความที่เห็นอะไรก็ถ่ายไปหมด เลยยกกล้องขึ้นมาถ่าย ตามประสานักท่องเที่ยว ทันใดนั้น staff ที่ยืนอยู่ ยกมือบอกว่าห้ามถ่ายรูป ห้ามถ่ายวีดีโอ ให้ยืนดูเฉยๆแล้วชี้ไปที่คนอื่น ซึ่งก็ยืนดูอย่างเรียบร้อยไม่มีใครถือกล้องเลยสักคน แต่มีหักมุมตอนจบครับ เพราะทางวงได้เปิดโอกาส ให้แฟนๆ(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย – ไม่น่าแปลกใจ 555) ขึ้นไปจับมือ พูดคุยทักทายกับนักร้องสาวได้ ใครอยากขึ้นบนเวทีก็ไปต่อแถว แต่ให้อยู่ได้แค่แปบเดียวนะ หลังจากนั้น staff ก็ไล่ลงเวที

พอได้ไปสืบค้นข้อมูลถึงได้เข้าใจว่า “อีเวนต์จับมือ” นี้เปิดโอกาสให้แฟนๆ ที่ซื้อตั๋วเข้างาน หรือได้รับคูปองพิเศษ จากการซื้อแผ่นซีดีของวง จะได้โอกาส “จับมือ” กับไอดอลสาวขวัญใจของพวกเขา ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้ให้ความหมายของ “ไอดอลที่แฟนคลับสัมผัสได้” เป็นความจริงที่ชัดเจนขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อโปรโมตงานเพลง ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คล้ายๆกับการถ่ายรูป มินิมีตติ้ง ร่วมรับประทานอาหารกับศิลปินบ้านเรา แต่ในระยะหลังเริ่มมีข่าวด้านลบเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ (มีการลวนลาม ถูกเนื้อถึงตัวมากขึ้น) ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาถึงความเหมาะสม/ไม่เหมาะสมของกิจกรรมนี้

ป.ล. เอาประวัติวง Sunmyu มาฝาก >> http://www.jpop-idols.com/en/sunmyu/ ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปเยอะครับ หลังได้ยืนเกาะขอบเวทีเป็นติ่งญี่ปุ่นกับเขาอยู่พักใหญ่ 555+

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_016Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_015

 

ต้นเดือนธันวามีการประดับไฟ + ตั้งต้นคริสต์มาสทางเดินใต้ตึกให้เข้ากับเทศกาล ในห้างชั้นบนมีขายของทั่วไป โดยเฉพาะแบรนด์เนม ส่วนชั้นใต้ดินมีซูเปอร์มาร์เก็ต ของกินขายเพียบ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_017

มาสคอตขวัญใจเด็กๆ เข้าไปถ่ายรูปได้

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_025

หลังจากเดินเล่น หาไรกินเบาๆ ฆ่าเวลา ก็ใกล้เวลาขึ้นรถ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_027

ใกล้กับจุดขึ้นรถ จะมองเห็นตึก ACROS Fukuoka หรือตึกต้นไม้ที่นิยมเรียกกัน (ACROS ย่อมาจาก Asian Cross Road Over the Sea) คนเมืองฟุกุโอกะรู้จักตึกนี้ในชื่อ Step Garden ที่ออกแบบตัวอาคารภายนอกให้เป็นขั้นบั้นไดลดหลั่นกันไป โดยหลังคาแต่ละชั้นจะปกคลุมด้วยพื้นที่สีเขียวของต้นไม้

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_028
ก่อนรถออก ไกด์ได้กำชับให้ผู้โดยสารทุกคนนั่งกับที่ คาดเข็มขัด และปฏิบัติตามกฎ ที่นี่รถ Sightseeing ค่อนข้างเคร่งเรื่อง safety มากครับ มากกว่าของเมืองนอกเสียอีก เพราะที่นั่น เราสามารถเดินไปเดินมาบนรถได้ เขาไม่ห้ามแต่อย่างใด

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_029
Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_030
Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_031
ช่วงวิ่งบน Highway เป็นช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นอย่างแท้จริง เหมือนนั่งรถไฟเหาะในสวนสนุก หวาดเสียว แต่ชอบมาก แถมวิวสวยอีกต่างหาก (ที่สำคัญ ลมแรงโคตรๆ)

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_032

วิ่งผ่าน Hawks Town เห็น Fukuoka Yahouku! Dome ตั้งเด่นเป็นสง่า โดยที่นี่คืออาคารรูปโดมครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ สนามเบสบอลของทีม Fukuoka SoftBank HAWKS และเป็นสเตเดียมแห่งแรกที่สามารถเปิด-ปิดหลังคาได้

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_033

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_034

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_035

Fukuoka Tower สัญลักษณ์ของเมืองฟุกุโอกะ บนหอชมวิวสามารถเห็นตึกรามบ้านช่องและวิวโดยรอบของอ่าวฮากาตะได้รอบทิศทาง โดยเฉพาะบรรยากาศยามค่ำคืนที่เขาว่าไม่ควรพลาด (น่าเสียดายที่ตอนนั้นไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปครับ)

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_036

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_037

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_038

สถาปัตยกรรมของเมือง มักมีสีครีม น้ำตาล แดง (Earth tone) ตึกหลายแห่งสร้างมานานแล้ว หน้าต่างเป็นสี่เหลี่ยม เรียบๆ ธรรมดา ไม่หวือหวา แต่รู้สึกถึงความเป็นระเบียบ ผังเมืองดูสบายตา แบ่งเป็นล็อกๆได้ดี ไม่แออัด โดยเฉพาะโซนตึกสูงๆ

Fukuoka_Open_Top_Bus_Blog_039

จบทริปนั่งรถกินลมชมเมือง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพอดิบพอดี โดยรวมถือว่าค่อนข้างโอเคครับ สำหรับใครที่อยากชมเมืองแบบภาพรวม + ไม่มีเวลาเที่ยว + พักคลายเมื่อยหลังจากเดินมาทั้งวัน

ข้อดี สะดวกสบาย กระจกใส เห็นวิวดีมาก ช่วงวิ่งบนสะพาน ผ่าน Highway คือที่สุดของการเดินทางนี้ ฟินสุดๆ
ข้อเสีย ราคาตั๋วค่อนข้างแพง ถ้าไปกันหลายคนอาจจะไม่ได้นั่งด้วยกัน ต้องจองล่วงหน้าก่อน และไกด์บรรยายญี่ปุ่นอย่างเดียว ฟังไม่ออก ทำให้เราไม่รู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่ (แต่ใครที่ฟังญี่ปุ่นออก น่าจะสนุก+มีอารมณ์ร่วมครับ เพราะเค้าบรรยายตลอดทาง)

ใครที่มีโอกาสไปนั่ง Fukuoka Open Top Bus อย่าลืมเก็บภาพมาฝากกันด้วยนะครับ 🙂

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้