Kyoto | Arashiyama เดินเลียบป่าไผ่ นั่งรถไฟสายโรแมนติก

นอกเหนือจากวัด ศาลเจ้า และปราสาทซึ่งเป็นจุดเด่นหลักของเมืองเกียวโตแล้ว เรามาเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวธรรมชาติกันบ้าง Arashiyama คือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตไม่แพ้กัน มีชื่อเสียงในเรื่องการเป็นจุดชมดอกซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

การเดินทาง
สำหรับใครที่อยากจะไปนั่งรถไฟสายโรแมนติกนี้ก็ไปได้ไม่ยาก นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line จากสถานี Kyoto Station ไปยังสถานี JR Saga-Arashiyama Station (ประมาณ 15 นาที) แล้วคุณก็จะสามารถนั่ง Sagano Romantic Train จากสถานี Torokko Saga Station ได้(อยู่ติดกันกับสถานี JR Saga-Arashiyama Station)

เวลาเปิดปิด
09:00 – 16:00 (เปิดถึง 17:00 ในวันที่นักท่องเที่ยวเยอะ)

โดยปกติรถไฟสายนี้จะวิ่งทุกวันแต่ในช่วงเดือนมีนาคม – ธันวาคม จะหยุดวิ่งในวันพุธ ( ยกเว้นเป็นวันพุธในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนของญี่ปุ่น ช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์ทอง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และวันหยุดราชการที่ไปตรงกับวันพุธ )

ค่าเข้าชม
ขาเดียว 620 เยน (ระหว่างสถานี Torokko Saga และ Torokko Kameoka)

 Arashiyama_Blog_059 Arashiyama_Blog_060
อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.sagano-kanko.co.jp/brochure/english.pdf

 

 

Arashiyama_Blog_003

มื่อเช้าเป็นมื้อสำคัญ แวะเติมพลังกันหน่อย

Arashiyama_Blog_002

คุณลุง ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

Arashiyama_Blog_004

บรรยากาศละแวกที่พัก

Arashiyama_Blog_005

เช้าวันทำงาน จะเห็นคนญี่ปุ่นอยู่ที่ชานชาลาเป็นจำนวนมาก พร้อมๆกับเราที่ออกเดินทางไป Arashiyama ไปลงที่สถานีปลายทาง Saga-Arashiyama

Arashiyama_Blog_006

ออกจากสถานีรถไฟ Saga-Arashiyama สถานี Torokko Saga อยู่ฝั่งตรงข้ามเลย เราจะมาขึ้นรถไฟสายโรแมนติกที่นี่

Arashiyama_Blog_007

Arashiyama_Blog_009

Arashiyama ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงเกียวโต โดยชื่อ Arashiyama อ้างอิงถึงภูเขาใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนี้ และมีแม่น้ำ Hozu ไหลผ่าน บริเวณนีเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ตั้งแต่ยุคเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) ที่ซึ่งขุนนางชนชั้นสูงของญี่ปุ่นนิยมมาเที่ยวธรรมชาติกันที่นี่ และในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต่างพากันหลั่งไหลมาเที่ยว Arashiyama โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

โดยไฮไลท์สำคัญของการมาเที่ยวที่นี่คือ การนั่งรถไฟสายโรแมนติก (Sagano Romantic Train) แวะชมสะพาน Toketsukyo อันเป็นแลนด์มาร์คที่ใช้ในการถ่ายภาพโปรโมทการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่แพ้ที่ใดๆที่กล่าวมา นั่นก็คือ ทางเดินเลียบป่าไผ่ ที่มีความยาวกว่า 500 เมตร นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหารเล็กๆตั้งอยู่จำนวนมาก

Arashiyama_Blog_008

Arashiyama_Blog_010

รีบมาซื้อตั๋วก่อนเพราะคนค่อนข้างแน่นทีเดียวครับ พอมาถึง ปรากฎรถไฟออกไปแล้ว ต้องรออีกเกือบชั่วโมง เราเลยตัดสินใจไปที่ทางเดินเลียบป่าไผ่ก่อน แล้วค่อยกลับมาขึ้นรถไฟ (เช็คตารางรถไฟให้ดีๆก่อนมาถึง + เผื่อเวลาต่อคิวซื้อตั๋วด้วยครับ)

Arashiyama_Blog_012

Arashiyama_Blog_013

Arashiyama_Blog_011

Arashiyama_Blog_014

Arashiyama_Blog_016

ก่อนถึงทางเดินเลียบป่าไผ่ จะเห็นศาลเจ้าเล็กๆชื่อ Nonomiya

Arashiyama_Blog_017

Arashiyama_Blog_018

Arashiyama_Blog_019

Arashiyama_Blog_020

ทางเดินเลียบป่าไผ่ที่อาราชิยามา (ฺBamboo Paths in Arashiyama) ถือเป็นเส้นทางเดินลัดเลาะเลียบป่าไผ่ที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอาราชิยามา จุดเด่นของที่นี่คือ ต้นไผ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง แนวต้นไผ่ที่สูงชลูด พลิ้วไหวไปตามสายลมและ สีเขียวชอุ่มของไผ่ ช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

Arashiyama_Blog_029

เป็นที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันยาวนานกับต้นไผ่ ทั้งเรื่องเล่า ตำนาน คำเปรียบเปรยความแข็งแกร่งของผู้ชายกับไม้ไผ่ งานเทศกาล รวมถึงการใช้สอยประโยชน์จากไผ่ในด้านต่างๆอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวอย่างเราสังเกตได้ อย่างเช่น ถ้วยไอศครีมจากกระบอกไม้ไผ่ ประตูรั้วกั้นหรือสิ่งก่อสร้างจากไม้ไผ่ แต่ยากที่เราจะได้เห็นต้นไผ่จริงๆปลูกเรียงรายกันยาวเป็นทิวแถวสวยงามยาวตลอดสองข้างทางอย่างที่นี่

Arashiyama_Blog_028

จุดที่สวยที่สุดของทางเดินเลียบป่าไผ่นี้จะไม่ได้อยู่ในช่วงแรกของเส้นทาง แต่จะอยู่หลังจากเลยทางเข้าวัด Tenryuji เป็นต้นไป ทิวไผ่ที่มีระยะห่างระหว่างกันพอสมควรจะแปรเปลี่ยนเป็นแน่นขนัดเรียงกันอย่างสวยงาม

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเช่าจักรยานเพื่อปั่น หรือเดินชมเสน่ห์ยามที่แสงแดดตกกระทบลงมาตามแนวไผ่นับพันต้นที่ก่อให้เกิดช่องแสงและเงาที่สวยงามบนพื้นทางเดิน ยิ่งถ้าในช่วงเวลาที่มีลมพัดมาพอดี คุณจะได้เห็นภาพความเคลื่อนไหวที่มีความสงบอยู่ในนั้นด้วย เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของป่าแบบตะวันออกอย่างแท้จริง

Arashiyama_Blog_030

Arashiyama_Blog_031

ถ้าเกิดรู้สึกเมื่อย ไม่อยากเดิน หรือต้องการซึมซับความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น ที่นี่มีบริการรถลากโดยหนุ่มๆชาวญี่ปุ่นเพื่อท่องไปตามทางเดินเลียบป่าไผ่และแถบ Arashiyama นี้ก็ได้ โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000-7,000 เยนต่อรอบขึ้นอยู่กับว่าจะไปที่ไหน จะเห็นคู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นแต่งตัวสวยๆออกมาเที่ยวกันหลายต่อหลายคู่

การเดินชมทางเดินเลียบป่าไผ่แห่งนี้ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมใดๆ เพียงแค่คุณเตรียมตัวและกล้องมาให้พร้อมเพื่อเก็บภาพกับทางเดินแสนงดงามแห่งนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก JapanTravel

Arashiyama_Blog_025

Arashiyama_Blog_026

Arashiyama_Blog_027

Arashiyama_Blog_032

ใกล้เวลารถไฟออก รีบเดินกลับมาที่สถานีรถไฟ ระหว่างทาง เห็นรถลากสวนไปหลายคันเลยทีเดียว

Arashiyama_Blog_033

ถ้ามาช่วงพีคๆของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่คนจะแน่นกว่านี่อีกครับ

Arashiyama_Blog_034

Sagano Romantic Train หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า Sagano Scenic Railway โดยรถไฟจะวิ่งเลียบแม่น้ำ Hozu ผ่านทิวทัศน์หุบเขาอันงดงามจากบริเวณ Arashiyama ของเกียวโตจนถึงเขต Kameoka ระยะทาง 7 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางรวมทั้งสิ้น 25 นาที ด้วยความคลาสสิคของขบวนรถ รถไฟจะวิ่งในอัตราเร็วที่ต่ำ ให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติตลอดสองข้างทาง

หากมาเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำว่าควรสำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้า เพราะคนจะแน่นมากๆ ถ้าวันไหนอากาศดีล่ะก็รถไฟที่ใช้วิ่งจะเป็นรถไฟเปิดหลังคา ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด

Arashiyama_Blog_037

Arashiyama_Blog_038

เลยช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมาพักนึงแล้วครับ ใบไม้ร่วงโกร๋นไปเยอะเลย เหลืออยู่ไม่กี่ต้น

Arashiyama_Blog_040

Arashiyama_Blog_039

Arashiyama_Blog_042

Arashiyama_Blog_041

Arashiyama_Blog_035

ระหว่างที่รถไฟแล่นไปเรื่อยๆ บนขบวนรถมีตากล้องสาวท่าทางทะมัดทะแมงเป็นกันเอง กำลังให้บริการถ่ายภาพแก่นักท่องเที่ยว เธอมาพร้อมกับกล้องโพลารอยด์คู่ใจ ถ่ายเสร็จรอรับรูปได้เลย ตอนแรกนึกว่ารูปที่เธอถ่ายให้สว่างเกิน เลยไม่ซื้อ แต่หารู้ไม่ว่าต้องรอสักพักให้สีเข้มขึ้น กดไปสองรูป จะไม่เอาก็กระไรอยู่ ด้วยความเกรงใจเลยอุดหนุนเค้าไป  🙂

Arashiyama_Blog_036

Arashiyama_Blog_043

Arashiyama_Blog_044

Arashiyama_Blog_046

Arashiyama_Blog_047

ไม่กี่อึดใจ รถไฟก็มาถึงสถานีปลายทาง Torokko Kameoka

Arashiyama_Blog_049

Arashiyama_Blog_050

รูปปั้นสัตว์ท้องถิ่น คล้ายหมี มาเป็นครอบครัว ตั้งเด่นอยู่ตรงชานชาลา

Arashiyama_Blog_051

Arashiyama_Blog_052

จากนี้จะเดินไปสถานีรถไฟ Umahori ที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่อกลับเข้าเมืองเกียวโต

Arashiyama_Blog_054

 

Arashiyama_Blog_053

Arashiyama_Blog_055

Arashiyama_Blog_056

Arashiyama_Blog_057

Arashiyama_Blog_058

สถานีตั้งอยู่กลางทุ่งเลยครับ ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินมาจากสถานีรถไฟสายโรแมนติก

ทริปนี้ผมไม่ได้แวะสะพาน Togetsukyo เพราะเลยช่วงใบไม้เปลี่ยนสีไปแล้ว + ขากลับไม่ผ่านทางเดิม ขอยกยอดไว้ครั้งหน้า ถ้าได้กลับมาอีกนะครับ

 

Arashiyama_Blog_061

 

ก่อนจบตอนนี้ ผมมีอีกทิปแนะนำสำหรับการเดินทางเที่ยว Arashiyama (เครดิตคุณ สมาชิกหมายเลข 706993 จากห้อง BluePlanet Pantip)

ถ้าเริ่มจากสถานีเกียวโต นั่งรถไฟขบวน JR Sagano Line ไปลงสถานี Umahori (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ซึ่งเป็นสถานีที่เลยสถานี Sagaarashiyama ที่จะลงอะราชิยามะ แต่ที่นั่งเลยไปเพราะจะไปขึ้นรถไฟสายโรแมนติคที่ต้นทางคือสถานี Torokko Kameoka จากสถานี Umahori ให้เดินไปขึ้นรถไฟสายโรแมนติคที่สถานี Torokko Kameoka ระยะทางน่าจะประมาณ 500 เมตร

นั่งรถไฟสายโรแมนติคย้อนลงมาจากสถานี Torokko Kameoka ไปลงที่สถานี Torokko Arashiyama (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เพื่อที่จะลงเดินไปป่าไผ่ และเมื่อเดินจากป่าไผ่ไปเรื่อยๆก็จะเจอประตูด้านข้างของวัด Tenryuji อยู่ทางขวามือ สามารถซื้อตั๋วเข้าชมวัดทางประตูนี้ได้ เมื่อชมวัดเสร็จก็ให้เดินไปออกทางประตูใหญ่ด้านหน้าวัด จะสามารถเดินไปชมสะพาน Togetsuka ได้เลย

ค่ารถไฟ JR Sagano Line จากสถานี Kyoto ถึงสถานี Umahori ราคา 320 เยน
ค่ารถไฟสายโรแมนติค จากสถานี Torokko Kameoka ถึงสถานี Torokko Arashiyama ราคา 620 เยน
รวมค่ารถจาก Kyoto และรถไฟสายโรแมนติค 940 เยน ถูกกว่านั่งย้อนไปมา
และที่สำคัญประหยัดเวลา มีเวลาเที่ยวมากขึ้น

หลักๆคือ นั่งรถไฟจากเกียวโตยาวมาลงที่สถานี Umahori เลย เพื่อมารอขึ้นรถไฟ Sagano Romantic Train จากนั้นค่อยมาเดินเที่ยวป่าไผ่, วัด Tenryuji และสะพาน Togetsukyo แพลนนี้ทำให้เราสามารถควบคุมเวลาเที่ยวได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องตารางรถไฟ

ป.ล. นอกเหนือจากการนั่งรถไฟสายโรแมนติก ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ เราสามารถล่องเรือไปตามแม่น้ำโฮสุ (Hozugawa River Tour) ย้อนกลับไปทางเดิมได้ โดยขึ้นที่ท่าเรือใกล้กับสถานีรถไฟ Torokko Kameoka ใช้เวลานานหน่อย แต่จะได้สัมผัส Arashiyama แบบเต็มอิ่ม ยิ่งถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์รอบๆจะสวยมาก

 

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้