รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : [Part 1.2 – พิชิต เขาซีซาน ลอดประตูมังกร]

รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : [Part 1.2 – พิชิต เขาซีซาน ลอดประตูมังกร]

โปรแกรมวันนี้ช่วงเช้าเราไปเที่ยว เขาซีซาน เพื่อลอดประตูมังกรอันโด่งดัง ส่วนช่วงบ่าย แวะสักการะที่วัดหยวนทง วัดใหญ่แห่งเมืองคุนหมิง

ตอนที่แล้ว  Part 1.1 – คุนหมิงเมืองหลวงแห่งมณฑลยูนนาน

——

Day 2: Xishan Mountain – Dragon Gate – Yuantong Temple

จ่าวช่างห่าว! สวัสดีตอนเช้า วันนี้เรามีโปรแกรมออกนอกเมืองไปเที่ยวที่ Western Hills หรือ ภูเขาซีซาน เพื่อไปลอดประตูมังกรอันโด่งดัง ที่ถ้าใครไม่ได้ไปลอดเหมือนมาไม่ถึงคุนหมิง

ที่ Hostel มีอาหารเช้าให้บริการเราด้วยครับ มีหลากหลายอย่างให้เลือกทั้งชุดอาหารเช้า สลัด ขนมปังปิ้ง ฯลฯ

ตอนเช้าออกมาทาน Breakfast ใช้คูปองที่ได้จาก Reception แลกอาหารเช้าได้ฟรี 1 ชุด ของผมเลือกเป็นชุด American Breakfast ประกอบด้วย ขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก เบค่อน เห็ด ข้าวโพด มะเขือเทศ พร้อมกับกาแฟอีกแก้ว

ระหว่างนั่งรอ เจอชาวต่างชาตินั่งอยู่โต๊ะข้างๆ เลยได้โอกาสชวนคุย

หนุ่มคนนี้ชื่อว่า Eyal เป็นชาวดัตช์ มาจาก อัมสเตอร์ดัม  – ตอนแรกฟังไม่ค่อยออก ได้ยินเป็น คัลลันด์ๆ อ่ออ ฮอลแลนด์ นั่นเอง เขาบอกว่าคนจีนคุ้นกับคำว่าคัลแลนด์ – ฮอลแลนด์ มากกว่า เนเธอร์แลนด์

สืบทราบประวัติ Eyal เป็นมือกลอง ไปตีให้กับที่ไหนสักแห่ง พอเสร็จจากงานที่หนานจิง มีเวลาเที่ยว 1 วีค เลยมาพักที่คุนหมิง 1 คืน ก่อนแบ็คแพ็คต่อไปตาหลี่ เท่าที่ได้คุยกัน จะเห็นว่าพวกฝรั่งลุยๆดีครับ ไปหาที่พัก/จองรถกันเอาดาบหน้าเลย แพลนเดินทางเปลี่ยนได้ตลอด น่าสนุกดี

การได้มาพูดคุยกับนักท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถือเป็นกำไรของชีวิตเวลามาเที่ยวต่างประเทศครับ แถมได้ฝึกภาษาด้วย ฉะนั้น เจอฝรั่งอย่าเหนียม เข้าไปทักทายเลยครับ ลุยย

อย่างที่บอก ภารกิจวันนี้ คือ การมาเยือน เขาซีซาน และมาลอดประตูมังกร

ก่อนออกจากที่พักสอบถามกับ พนักงาน Reception ว่า จะไป เขาซีซาน ยังไง เขาบอกว่าไปได้สองวิธีคือ

1. นั่งรถประจำทาง

2. นั่งแท็กซี่

พอลองสำรวจเส้นทางแล้วพบว่า ต้องต่อบัสหลายต่อมาก เลยตัดสินใจไปแท็กซี่ดีกว่า สะดวกกว่ากันเยอะ + ใช้เวลาน้อยกว่า เวลาเรียกให้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม

การเรียก Taxi ที่นี่ต้องดูครับว่าข้างบนรถมีคำว่า TAXI เป็นป้ายสี่เหลี่ยมๆตามในรูป ระวังนะครับถ้าไม่มีป้ายพวกนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นรถเถื่อนแล้วจะโดนฟันราคาหัวแบะเอาได้ เราโชคดีที่เจอเจ๊คนขับคิดราคาไม่แพง แค่ 40 หยวนเท่านั้นเอง



Taxi มาส่งเราที่จุดขายตั๋วด้านล่างเขา จะมีห้องให้เข้าไปติดต่อกับคนขายตั๋ว

สิ่งที่ยากที่สุดในวันนี้ คือ การซื้อตั๋วขึ้นไปบนเขานี่แหละครับ เพราะสื่อสารกับเขาไม่รู้เรื่องเลย + ไม่รู้ว่าจะขึ้นไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

แต่ไม่เป็นไรครับ จากการลองผิดลองถูก ผมขอสรุปเส้นทางให้เผื่อคนตามรอยได้ง่ายๆ + เที่ยวได้ครอบคลุมเกือบทุกที่


เครดิตแผนที่จาก www.travelchinaguide.com

จากแผนที่ นี่คือเส้นทางแนะนำเวลามาเที่ยวเขาซีซานครับ (เหมาะกับคนที่ไม่รีบมาก มีเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง) เป็นเส้นทางที่เหนื่อยน้อยสุด ได้ชมวิวรอบๆและไม่ต้องย้อนเส้นทางเดิม

เส้นสีแดง – นั่งรถบัสสีเขียว (คนละ 12.5 หยวน/เที่ยว) จากข้างล่างที่ Taxi จอด ขึ้นมาที่จุดพัก รถบัสจะมาสิ้นสุดตรงนี้ จากจุดนี้เราต้องใช้ตั๋วเข้าชมข้างใน (คนละ 40 หยวน)

เส้นสีน้ำเงิน – นั่งกระเช้าห้อยขา (คนละ 25 หยวน/เที่ยว) ขึ้นไปอีกจุดนึง หวาดเสียวนิดหน่อย แต่ได้วิวสวยทีเดียว
เส้นสีส้ม – เดินลงเขาตามทาง จะผ่านประตูมังกร ซึ่งเป็นหน้าผายื่นออกไปจากหุบเขา
เส้นสีเขียว – นั่งรถบัส Ferris Wheel (คนละ ) กลับไปที่จุดพัก
เส้นสีม่วง – นั่งกระเช้าเคเบิลคาร์ชมวิวทะเลสาบ Dianchi ไปลงอีกฝั่งนึง

*** หากใครอยากเก็บที่สำคัญๆครบ แนะนำให้ขึ้นกระเช้าห้อยขา แล้วขากลับเดินลง (ตามเส้นสีส้ม) จะไม่เหนื่อยครับ เพราะเดินลงอย่างเดียวเลย ชิลๆ

นี่เป็นแค่ข้อมูลคร่าวๆ รายละเอียดแต่ละเส้นทางเป็นยังไง ระหว่างทางเจออะไรบ้าง ไปติดตามกันต่อเลยย

ถ้าไม่มั่นใจว่าจะซื้อตั๋วอะไรบ้าง ก็ซื้อแค่ตั๋วรถบัสสีเขียว (Green Bus Ticket) ไปขานึงก่อนก็ได้ครับ ราคาคนละ 12.5 หยวน/เที่ยว เพราะข้างบนก็มีเคาน์เตอร์ขายบัตรอื่นๆ

รถบัสสีเขียวหน้าตาเป็นแบบนี้

มีคนเดินไป-กลับจากข้างบนด้วย นับถือในความอึดจริงๆ


รถขับขึ้นเขา ผ่านไปหลายโค้ง ไม่กี่อึดใจก็ถึงจุดจอดรถบัส (สุดเส้นสีแดงในแผนที่) ลงมาจะเจอประตูทางเข้าแบบนี้ครับ

ป้ายบอกทาง แปลได้ตลกดีอ่ะ 555 เดี๋ยวนะตรง Ticket Office ทำไมแปลว่าอย่างนั้น

ระหว่างทางเจอน้องแมวสองตัวกำลังหลับอยู่ หน้าตาดูฟินดีจัง

ถึงทางเข้าจริงๆแล้วครับ จุดนี้เราต้องมีตั๋วเข้าอุทยานอยู่ในมือ – Admission Ticket of Longmont Grottoes Scenic Spot (40 RMB/one-time)

ถ้าใครจะขึ้นกระเช้าห้อยขาก็ซื้อตั๋วนี้ไปด้วย – Longmen Sightseeing Cableway Ticket (25 RMB/person – one way)

ตรงนี้จะเป็น Tourist Service Center มีร้านค้า ร้านอาหารให้แวะหลายร้าน รวมถึงใกล้ๆกันเป็นจุดขึ้นกระเช้าเคเบิลคาร์ข้ามทะเลสาบ Dianchi

ผ่านประตูเข้ามาจะเจออาคารสไตล์จีนโบราณทางซ้ายมือ ที่นี่เป็นที่ขึ้นกระเช้าห้อยขาครับ เดินขึ้นบันไดโลด

ถามว่า “หวาดเสียวไหม?” บอกเลยว่า “มากกกก” แต่พอนั่งไปสักพักก็จะเริ่มชินไปเองครับ (ได้เสียวอีกทีตอนกระเช้าเลื่อนผ่านเสา ได้ยินเสียงกุกกักๆ หัวใจจะวายย – มันจะหล่นลงมาม้ายยย)

เสียวแค่ไหน ถามใจเธอดู

ก่อนถึงที่หมายมี Check Point สำหรับถ่ายรูป เตรียมตัวให้พร้อม… 1 2 3 แชะ!

ลงจากกระเช้า เจอซุ้มอัดรูป ถ้าต้องการรูปก็สั่งเขาไว้แล้วรอสักพักนึง (ถ้าจำไม่ผิดใบละ 10 หรือ 20 หยวน ไม่แน่ใจ)

เดินมาหน่อยเป็นร้านขายของ + ร้านขายของทอด พวกลูกชิ้น ไส้กรอก แล้วก็มันฝรั่งทอด

แวะกินตอนอากาศเย็นๆ อ่าห์… อร่อยย

มันฝรั่งทอดที่นี่พอทอดเสร็จ เอามาผึ่งให้สะเด็ดน้ำมันพักนึง แล้วเค้าจะเหยาะพริกป่นลงไปด้วยครับ เป็นสูตรของเค้า

เป้าหมายของเราคือ ประตูมังกร (มีป้ายกำกับภาษาไทยด้วยหละ) ไปไม่ยาก ให้เดินตามป้ายไปเลย ไม่ก็ตามนักท่องเที่ยวชาวจีนไป ไม่หลงแน่นอน



ระหว่างทางมีจุดให้ถ่ายรูปเรื่อยๆครับ


ถึงแล้ว !! ประตูมังกร (หลงเหมิน)

สำหรับประตูมังกร (หลงเหมิน) มีความเชื่อกันว่า ถ้าลอดประตูนี้จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะประสบแต่ความสำเร็จโชคดี ก่อนที่เราจะเดินผ่านประตูมังกรนี้ ให้นึกอธิษฐานในใจอยากได้สิ่งใด เดินผ่านเข้าไปก็แตะ 1 ครั้ง ตอนลอดประตูมังกรก็ต้องลูบลูกแก้วมังกรด้วย (ส่วนตัวลูบไปหลายครั้งละ 555)


แต่สิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่เป็น แตกต่างกันเหลือเกิน เพราะเต็มไปด้วยมวลมหาประชาชนจีนเพียบ ไม่เห็นคนไทยหรือต่างชาติมาสักคนเดียว ต้องเบียดๆกันถ่าย เลยเก็บภาพมาฝากกันนะครับ

หลังจากสู้รบกับชาวจีนเพื่อขอเข้าไปถ่ายรูปกับประตูมังกร ก็ขอยอมแพ้ เดินลงดีกว่า เราเดินเลียบเลาะเขาลงไป ค่อนข้างแคบแต่ก็เดินได้สบายๆ ปลอดภัยมาก

วิวทะเลสาบเตี้ยนชือจากเขาซีซาน ไกลลิบๆนั้นก็เมืองคุนหมิง



เดินมาจนถึงจุดขึ้นรถบัส Ferris Wheel เพื่อกลับไป Tourist Service Center – ตั๋วคนละ 8 RMB/เที่ยว

นี่เป็นเหตุผลที่ผมแนะนำให้ขาไปนั่งกระเช้าห้อยขา แทนที่จะนั่งรถคันนี้ครับ เพราะถ้านั่งรถ Ferris Wheel ถึงตรงนี้เราก็ต้องเดินขึ้นไปประตูมังกร ซึ่งเหนื่อยกว่ามาก

นั่งรถออกมาข้างนอก คราวนี้เราจะนั่งกระเช้าเคเบิลคาร์ไปลงฝั่งตรงข้าม ไม่ย้อนทางเดิมที่เรานั่งบัสสีเขียวขึ้นเขามา

ซื่อตั๋ว Ropeway taking to Dianchi Lake ราคา 40 RMB/one-way (มันมีราคา 30 RMB/one-way ด้วย แต่มันสุดแค่กลางทาง)

จากห้องขายตั๋วเดินลงบันไดมาหน่อย จะเห็นอาคารสำหรับขึ้นเคเบิลคาร์



ชมวิวได้เพลินๆ ระหว่างลงกระเช้า


ประตูจะเปิดสองครั้ง ครั้งแรกอย่าเพิ่งลง

ออกจากกระเช้าลงมา จะเห็นวิวภูเขาซีซานจากระยะไกล


ใกล้ๆกันจะเห็นวัดตั้งอยู่ริมทะเลสาบ บรรยากาศเงียบสงบดี




เสร็จจากวัด มองหาที่เที่ยวในเมืองที่ไปง่าย หาข้อมูลสักพักเห็นวัดแห่งนึงสวยดีชื่อ วัดหยวนทง เปิดรูปจากเน็ตให้คนขับดู

คำศัพท์:
Yuantong Temple = Yuántōng Sì – 圆通寺 (หยวนทงซื่อ)



นั่งมาเกือบชั่วโมง เหนื่อยจากเดินบนเขา เลยหลับมาตลอดทาง เปิดวาร์ปมาอีกทีในเมืองเลย – ค่าเสียหายอยู่ที่ 60 หยวน (300 บาท)

ด้านหน้าวัด ดูไม่ดึงดูด ดูไม่น่าเข้าเลยแม่แต่น้อย  (แต่ข้างในสวยนะๆ)

เราไปซื้อตั๋วกันก่อน  ค่าเข้า 6 หยวน (30 บาท) ถูกเหมือนเข้าฟรี

ถ้าถามว่าวัดนี้มีความสำคัญอย่างไร วัดหยวนทงเป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในคุนหมิงครับ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง อายุ 1200 กว่าปีแล้ว


พาไปชมบรรยากาศสวยๆกัน







หลังจากไหว้พระกันเสร็จแล้ว สามารถเดินข้ามไปศาลาแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำมรกต เพื่อชมเจ้าแม่กวนอิมหยกได้เลย

รอบๆศาลามีเต่าเยอะมากกก

เดินๆอยู่ เอ๊ะ ห็นฝรั่งใส่เสื้อกล้ามหน้าตาคุ้นๆ Eyal นั้นเอง!! ฝรั่งที่เจอที่กินข้าวเมื่อเช้า โลกจะกลมอะไรแบบนี้ (ดูเป็นคนที่โคตรจะชิล)

ออกมานอกวัดเจอขอทาน ส่วนมากเป็นคนพิการ (บางคนไม่รู้พิการจริงหรือเปล่านะ) คนกลุ่มนี้อาจจะเดินเข้ามาหาเรา ก็ไม่ต้องตกใจ เค้าไม่ทำไรเราอยู่แล้วครับ

เสร็จจากวัดก็เรียก Taxi กลับไปที่ Hostel เพื่อไปเอาของ เก็บกระเป๋าเดินทางไปสนามบินคุนหมิง เพื่อบินไปเมืองลี่เจียง

เนื่องจากของเยอะ + ต้องทำเวลา เราเลยเรียก Taxi จากแถวที่พักไปเลย  ง่ายดี ตอนเดินหา Taxi แถวที่พัก จอดเรียงกันหลายคัน

ผมถามเขาว่า “จะไปสนามบินคิดเท่าไร?”
คนขับบอก “120 หยวน”
เราคิดในใจ “ขุ่นพระ! โคตรแพง”

เชื่อว่าไปสนามบิน คิดตามมิเตอร์ยังไงก็ไม่มีทางถึงแน่นอน พอได้สติก็คิดออกว่า พวกนี้มันคิดราคาเหมานี่หว่า กะฟันนักท่องเที่ยวนิ่มๆเลยนี่ แต่เราไม่หลงกลครับ บอกให้กดมิเตอร์สถานเดียวไม่งั้นไอไม่ไปกับยูนะ คนขับตอนแรกทำท่าอิดออดๆ จนกระทั่ง เราเริ่มเดินออกมา ทำทีเดินไปเรียก Taxi คันอื่น สุดท้ายคนขับ Taxi คันที่ถามราคาก็วิ่งมาตาม แล้วยอมกดมิเตอร์แต่โดยดี เกือบโดนคนจีนหลอกแล้วไหมล่ะครับท่านผู้ชม

คำศัพท์:
Airport = jī chǎng – 机场 (จีฉ่าง)
Expensive = guì – 贵 (กุ้ย)

ระหว่างทางก็ดูแผนที่ตามไปด้วย กลัวคนขับพาวนให้เสียตังค์ แต่ก็ไม่มีอะไร ถึงสนามบินคุนหมิงอย่างปลอดภัย ค่าเสียหายประมาณ 90 หยวน (รวมค่าทางด่วน 10 หยวน แล้วซึ่งคนขับเป็นคนออก)

ด้านในสนามบินดีไซน์ได้ล้ำมาก แถมยังดูทันสมัย เพราะที่นี่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2012 นี้เอง ที่นี่ยังเป็น Hub ด้านการบินของมณฑลยูนนานอีกด้วย – ดู Floor Plan แล้วคล้ายๆกับที่สุวรรณภูมิบ้านเราเลยนะครับ






 

—————-

Part 0 – ก่อนออกเดินทาง

Part 1.1 – คุนหมิงเมืองหลวงแห่งมณฑลยูนนาน

Part 1.2 – พิชิตเขาซีซาน ลอดประตูมังกร

Part 2.1 – ลี่เจียงเมืองมรดกโลก UNESCO

Part 2.2 – ภูเขาหิมะมังกรหยก & ไป่สุยเหอ ที่สุดแห่งความงามทางธรรมชาติ

Part 3.1 – แชงกรีล่า… เส้นขอบฟ้าที่จางหาย

Part 3.2 – วัดซงจ้านหลินสัมผัสกลิ่นอายของธิเบต

Comments

comments

Related posts:

รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : เริ่มต้นจากศูนย์จนไปเที่ยวเองได้ [Part 0 - ก่อนออกเดินทาง...
รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : [Part 1.1 – คุนหมิง เมืองหลวงแห่งมณฑลยูนนาน]
รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : [Part 2.1 – ลี่เจียง เมืองมรดกโลก]
รีวิวจัดเต็ม คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า : [Part 3.2 – วัดซงจ้านหลิน สัมผัสกลิ่นอายของธิเบต & บทส...
Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้