สุดยอดประสบการณ์ฟุตบอล ณ Anfield (Part 2.2 – ค่ำคืนมหัศจรรย์ของซัวเรซ)

หนึ่งในเกมที่สนุกที่สุด + ยิงกันเยอะที่สุดในฤดูกาลนี้

Liverpool vs Norwich City
Match day : 04 December 2013
Stadium : Anfield

Kick Off!

9-1

แอนฟิลด์ยามค่ำคืน

9-2
เฮนโด้ได้บอลแล้วกระชากหนีผู้เล่นนอริชอย่างรวดเร็ว

9-3

เฮนเดอร์สันประกบตัวไรอัน เบนเนตต์ จนกระดิกไม่ออก

9-4

มิโญเล่ต์ก้มต่ำรอรับลูกฟรีคิกที่ยิงมาตรงตัวพอดี

9-5

รูปเกม ก็อย่างที่ทุกคนคาดเดากัน หงส์แดงเดินหน้าบุกอยู่ฝ่ายเดียว แทบจะพับสนามบุกเลยก็ว่าได้ ขณะที่นอริชก็มีโอกาสทักทายเช่นเดียวกัน แต่ไม่เด็ดขาดพอ

จนแล้วจนเล่า สกอร์ก็ไหลอย่างรวดเร็วเป็น 3 ต่อ 0 หลุยส์ ซัวเรสซัดแฮตทริกไปแล้ว ขณะที่ยังไม่จบครึ่งแรก (นี่เราฝันไปหรือเปล่า)
ขอสารภาพว่าทั้งสามประตู ดูไม่ทันจริงๆครับว่าใครเป็นคนทำประตู เพราะเร็วมาก + อยู่ไกล เลยหันไปถามคนข้างๆ (คุณลุงอายุเกิน 50) เขาบอกก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะน้องชาย น่าจะซัวเรสนะ 555 พอโฆษกในสนามประกาศ ในสนามก็เฮกันดังๆอีกรอบ
“เราจะบุกอัดข้าศึกด้วยทุกสิ่งที่เรามี ทะลวงมันให้ทะลุ อย่างไม่หยุดยั้ง!!” …. พี่เจิด ไม่ได้กล่าวไว้
“ฉันพร้อมแล้วเพื่อนเอ๋ย พร้อมจะลุยมานานแล้ว ฮ่าฮ๋าโย่ว!” … เฮนโด้ ก็ไม่ได้กล่าวไว้เช่นกัน

9-6

ลูกครอสจากด้านข้างโดยเนธาน เรดมอนด์ (Nathan Redmond)

9-8

รัสเซลล์ มาร์ติน (Russell Martin) กองหลังนอริช หยิบบอลมาทุ่ม

9-9
เกล็น จอห์นสัน (Glen Johnson) วันนี้ยังเล่นได้ไม่ผิดพลาด

9-10

เกมดำเนินไปเรื่อยๆ แฟนบอลก็ร้องเพลงเชียร์กันเต็มเสียง ส่วนทางฝั่งทีมเยือนก็เสียงดังไม่แพ้กัน (อยู่ในสนามเพิ่งรู้ว่ามีเพลงของเจอร์ราร์ดกับซัวเรสโดยเฉพาะ และมักจะร้องตอนที่นักเตะได้บอล หรือทำประตูได้)

อันนี้ของซัวเรส

ถ้าฟังไม่ออกว่าเขาร้องว่ายังไง มีคลิปสอนร้องด้วยครับ ด้านล่าง

His name is Suarez and he wears the famous red

I just can’t get enough, I just can’t get enough

When he scores a volley or gets one with his head

I just can’t get enough, I just can’t get enough

He scores a goal and The Kop go wild and i just can’t seem to get enough SUAREZ

สำหรับเพลงของเจอร์ราร์ด ไม่ได้อัดคลิปมาครับ แต่เอามาแปะให้ฟังกันเล่นๆ (ทำนองเดียวกับเพลง Que Sera Sera แต่เปลี่ยนเนื้อร้อง)

Steve Gerrard, Gerrard

He passes the ball forty yards
He’s big and he’s fcukin’ ‘ard

Steve Gerrard, Gerrard

 

พอเห็นสกอร์เริ่มห่างหลายลูก ตัวสำรองเลยเริ่มออกมาวอร์มกันแล้วครับ

โคโล่ ตูเร่ (Kolo Toure) สมัยที่ยังไม่ใช่จอมส่งบอล(ให้กองหน้าฝั่งตรงข้ามทำประตู) กับ จอมทำเข้าประตู (ตัวเอง)

10-1

ซาโก้ จอมโหด

10-2

เอียโก้ อาสปาส (Iago Aspas) อีกหนึ่งผู้เล่นใหม่ที่เสริมเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ เป็นนักเตะที่ยิงประตูแรกให้สโมสรอย่างเป็นทางการในเกมที่ผู้ชมทั้งโลกไม่ได้ดูถ่ายทอดสด น่าอัพภัพสุดๆครับ 555 (ยิงทีมโอลด์แฮมในเกมเอฟเอคัพ)

10-4

ลูคัส เลว่า (Lucas Leiva) กองกลางตัวตัดเกม เป็นตัวอย่างของนักเตะที่สู้ชีวิตสุดๆ นั่งสำรองก็ไม่เคยบ่น เมื่อก่อนด้วยฟอร์มที่ไม่เป็นสับปะรด โดนด่ามาก็เยอะ โดนว่ามาก็แยะ ไปมาๆจนตอนนี้ได้ดิบได้ดีแล้วครัช น้ำตาจะไหล T_T

10-5

นายตูเร่ กับนายโมเสส ที่มุมธง

10-6

กลางครึ่งหลังแฟนบอลเริ่มยืนดูแล้วครับ

11-111-2

เบื้องหลังภาพสวยๆระหว่างเกม ขอบอกว่าอยากไปลองประสบการณ์ถ่ายภาพในสนามกีฬามากครับ คงสนุกดี (เห็นบ้องเลนส์ L แล้วตาลุกวาว XD)

11-3

คูติญโญ่ กระโดดเข้าไปบล็อกลูกเปิดจากจอห์น รัดดี้

11-5

อีก 15 นาทีหมดเวลา หลุยส์ ซัวเรส มาบวกลูกที่สี่ของตัวเองในเกมนี้จากลูกฟรีคิก สร้างสถิติใหม่โดยการยิงแฮตทริกใส่สโมสรเดียวกันถึง 3 ครั้ง โดย 4 ครั้งหลังสุดกดไปถึง 11 ประตู!!!

อย่างไรก็ตาม ท้ายเกมลิเวอร์พูลถูกนอริชตีไข่แตก ไล่ขึ้นมาจากแบรดลี่ย์ จอห์นสัน (เสียคลีนชีตอีกนัด -_-“) แต่ในท้ายที่สุดมาได้ลูกตอกย้ำชัยชนะ 5-1 จากราฮีม สเตอร์ลิ่ง โดยซัวเรสตบบอลกลับเข้ามาในเขตโทษก่อนสเตอร์ลิ่งจะแปเข้าไป

11-611-7

เสียงนกหวีดยาวจบการแข่งขัน ทีมหงส์แดงชนะไป 5-1 นัดนี้หลุยส์ ซัวเรส กดไป 4 ประตูกับจ่ายให้เพื่อนยิงอีกลูก ได้ลูกบอลกลับบ้านไป(อีกแล้ว) เอาชนะนอริชไปได้ขาดลอย ได้เฮดังๆไป 5 รอบ มาไม่เสียเที่ยวแล้วครับ 555

11-8

พอบอลจบ จะเกิดอาการคนทะลักครับเพราะออกมาพร้อมกันหมด บางคนเลือกที่จะออกก่อนเกม เพื่อเลี่ยงปัญหารถติดหรือบัสคนเยอะ ต้องรอนาน หรือไม่ก็อยู่ในสนามจนคนออกเกือบหมดแล้ว ส่วนผมจะนั้นจะขึ้นรถบัสปกติกลับ แต่ไปมาๆ กลายเป็นบัสเหมาแทน เที่ยวละ 2 ปอนด์ ไปลงในเมือง ส่วนถ้าใครอยากกลับแท็กซี่ ขอบอกว่าหายากมากครับถ้าจะใช้วิธีโบกเรียก เพราะคนเยอะจริงๆ ทางที่ดีคืออาจต้องโทรเรียกล่วงหน้าและนัดสถานที่ไปรับแถวๆสนาม

11-10

ถือว่าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งมากครับ แฟนบอลมีความสุขสุดๆ ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน กลับไปที่พัก ที่ล็อบบี้ก็ดันเปิดช่อง BBC ONE ให้เราได้ดูรายการ Match Of The Day ให้คนในเมืองลิเวอร์พูลได้ฟินส่งท้าย และนอนหลับหลับฝันดี

ป.ล. เผื่อคนไม่รู้ว่ารายการนี้คืออะไร Match Of The Day เป็นรายการสรุปผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกพร้อมไฮไลต์ทำประตูทุกคู่และบทวิเคราะห์จากกูรูด้านฟุตบอลของอังกฤษ ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ตอน 4-5 ทุ่มที่อังกฤษครับ แต่ถ้ามีแข่งกลางสัปดาห์จะฉายทันทีที่บอลแข่งจบ

 

เสร็จสิ้นภารกิจที่แอนฟิลด์แล้วครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด ตอนต่อไปจะกลับมาเขียนเกี่ยวกับสนามซ้อมเมลวู้ด (Melwood Training Ground)

 

… To Be Continued…

 

Comments

comments

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้