คุณค่าของการตื่นเช้า

young woman with alarm clock in bed

การตื่นเช้าคงเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนวัยเรียนและวัยทำงาน

หลังจากกรำศึกหนักตลอดจันทร์-ศุกร์ จึงไม่แปลกที่เราจะโหยหาเวลาพักผ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ที่ใครๆก็อยากตื่นสาย

สำหรับผมเอง ถ้าไม่ติดมีนัดอะไร ก็คงนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงอย่างนั้น ไม่อยากลุกไปไหน

นิยามคำว่าตื่นสายของแต่ละคนมักไม่เท่ากัน อย่างผมมองว่า 9-10 โมงขึ้นไปก็ถือว่าสายแล้ว (ถ้าไม่ได้เข้านอนดึกตีหนึ่งตีสอง)

ครั้งนึง ผมมีนัดไปตรวจร่างกายตอนเช้าวันเสาร์ ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปถึงโรงพยาบาลก่อน 7 โมง เพื่อหนีคนเยอะ ใช้เวลาไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จธุระ กลับมาถึงบ้านประมาณ 10 โมง ผมจ้องดูนาฬิกาแล้วคิดในใจ… “เฮ้ย วันนี้ใช้เวลาได้โคตรคุ้มค่าเลย เหลือเวลาทำโน่นทำนี่ได้อีกทั้งวัน” การตื่นเช้ากว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง จะรู้สึกมีเวลาเหลือเฟือมาก เหมือนได้เวลาเพิ่มข้ึนมา ถ้าเป็นปกติ ป่านนี้คงยังไม่ลุกจากที่นอนเลยด้วยซ้ำ

เพราะนาฬิกาชีวิตกำหนดเวลานอนของเราในตอนกลางคืน และทำงานในตอนกลางวัน
การเข้านอนไม่เป็นเวลา อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวัน จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ฮอร์โมนในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของเราในระยะยาว
การเข้านอนเร็วและได้นอนอย่างเพียงพอจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ชั่วโมงแรกของวันสำคัญที่สุด เพราะเปรียบดังหางเสือที่กำหนดอารมณ์ของวันนั้น” ฉะนั้น การป้อนสิ่งดีๆให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ ออกกำลังกายเบาๆ หรือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีมาก

สำหรับคนกรุงที่เดินทางโดยรถไฟฟ้า
ลองตื่นเช้าและออกจากบ้านเร็วขึ้น
สัก 15-30 นาทีดูสิครับ
จะพบว่าชีวิตดีขึ้นเยอะ

ได้เดินทางแบบสบายๆ
ไม่ต้องเร่งตัวเอง
เพื่อไปเบียดเสียดกับคนบนรถไฟฟ้า
คนแน่นก็รอขบวนถัดไป ชิลๆ
ให้ทางกับคนรีบก่อน
เดินขึ้นลงใช้บันไดแทนบันไดเลื่อน
ช้าหน่อย แต่ได้ออกกำลังกาย

นั่นทำให้เรามีเวลาซึมซับ
สิ่งรอบตัวมากขึ้น
ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อไปตอกบัตร
ไม่ต้องเหงื่อแตกตอนเข้าออฟฟิศ
จิตใจสงบทำให้มีสมาธิทำงาน
ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นด้วย

ถ้ารู้ว่าตื่นเช้ามันดีอย่างนี้
ลองตื่นเช้าๆดูบ้างดีไหมครับ

Credit: Storylog

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้