วางแผนเดินทาง อย่างง่ายๆ โดยใช้ Google Maps

เวลาไปเที่ยวเอง เชื่อว่านักเดินทางหลายๆคน ต้องเคย วางแผนเดินทาง เดินหาร้านอาหาร ที่พักโรงแรม เคยหลงทางกันมาบ้าง หรือแม้กระทั่งหาพิกัดของตัวเองไม่เจอ ซึ่งแผนที่กระดาษก็มีข้อจำกัดในตัวมันเองที่ไม่สามารถเก็บทุกรายละเอียดในพื้นที่ที่เราอยู่ ไม่สามารถลงลึกได้ถึงขนาดนั้น ทำให้แผนที่กระดาษมักไม่ค่อยตอบโจทย์นักเดินทางอย่างเราๆสักเท่าไร แต่อย่างไรก็ตาม ฉะนั้นการมี แผนที่นำทางแบบออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้วสำหรับการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในยุคนี้ และแน่นอน แอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ก็คงหนีไม่พ้น Google Maps ตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางของเราสะดวกสบายและง่ายขึ้นเป็นกอง

google_map

ในตอนนี้ผมจะเขียนถึงการใช้งาน Google Maps แบบ Step-by-Step เพื่อใช้สำหรับการ วางแผนเดินทาง (โดยจะเน้นเรื่องการเดินทางในต่างประเทศเป็นหลักครับ)

1. เลือกประเทศหรือเมืองที่เราจะไปเที่ยว (สมมติ เราจะไปเที่ยวสิงคโปร์กัน)

Singapore Map 2

2. ลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป เช่น

– Merlion (รูปปั้นสิงโต)
– Marina Bay Sands (โรงแรม-ศูนย์การค้า-คาสิโน รูปเรือ)
– Gardens by the Bay (สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวมารินา)
– Singapore Flyer (ชิงช้าสวรรค์ยักษ์)
– Fountain of Wealth (น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง)
– Clarke Quay (ย่านคลาร์ก คีย์)
– Orchard Road (ถนนช็อปป้งออร์ชาร์ด)
– Chinatown (ย่านคนจีน)
– Little India (ย่านลิตเติ้ลอินเดีย)
– Sentosa & Universal Studios Singapore (เกาะเซ็นโตซ่าและยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ) ฯลฯ

ถ้าเป็นประเทศที่เราคุ้นหูกันดีอย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น หลายคนคงพอรู้ชื่อสถานที่สำคัญๆบ้าง แต่ วางแผนเดินทางไปยังประเทศที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ให้ Search Google แล้วพิมพ์คำว่า “[เมือง/ประเทศที่เราจะไป] Tourist Attractions” แค่นี้ลิสต์รายชื่อสถานที่สำคัญก็ขึ้มาเพียบแล้วครับ

3. ปักหมุด (Pin) สถานที่เหล่านั้น โดยการคลิกที่ชื่อของสถานที่แล้ว คลิก Save

Singapore Map 3
Singapore Map 4Singapore Map 5
การปักหมุดสถานที่จะทำให้เราเห็นตำแหน่งแบบกว้างๆว่า เราอยู่ส่วนไหนของเมือง มีอะไรน่าสนใจอยู่ใกล้ๆ อย่างในรูป ผมลองปักหมุดสถานที่เด่นๆบริเวณรอบอ่าวมารินา แค่ที่นี่ที่เดียวก็สามารถใช้เวลาเที่ยวได้ครึ่งค่อนวันแล้วครับ

4. วางแผนการเดินทาง โดยรถยนต์/รถไฟใต้ดิน/เดินเท้า วัดระยะทางจากแต่ละจุดว่าห่างกันเท่าไร เดินไหวมั้ย ส่วนมากถ้าแต่ละแห่งอยู่ไม่ห่างกันมากก็ใช้สองเท้าของเรานี่แหละครับ ได้ชมวิวสองข้างทาง ออกกำลัง แถมประหยัดอีกต่างหาก (ในที่นี้เราจะเดินรอบอ่าวมารินาเป็นวงกลมครับ)เริ่มต้นการเดินทาง คลิกที่ Directions ดังรูป

Singapore Map 6
จากนั้นคลิกเลือกสถานที่ที่ต้องการเดินต่อไป – ปักหมุดไปที่ Esplanade โรงละครรูปหนามทุเรียน จากนั้นกดปุ่มบวก (+) ข้างใต้ชื่อสถานที่เพิ่อเพิ่มจุดหมายปลายทาง

Singapore Map 7
Singapore Map 8
Singapore Map 9
วัดระยะทางเดินรอบอ่าว จากรูปปั้นสิงโต Merlion – โรงละคร Esplanade – ชิงช้าสวรรต์ Singapore Flyer – โรงแรม Marina Bay Sands และไปสิ้นสุดที่ Gardens by the Bay – Google Maps คำนวณออกมาเสร็จสรรพ ได้ตัวเลข 3.6 km (ไกลใช่ย่อย) และใช้เวลาประมาณ 46 นาที เดินอย่างเดียวไม่แวะถ่ายรูป จากตัวเลขนี้ทำให้เราวางแผนเรื่องเวลาได้ดีขึ้น ว่าจะอยู่แช่ตรงไหนได้นาน

กรณีเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าบนดิน/ใต้ดิน ก็ใช้วิธีวางแผนแบบเดียวกัน ตัวอย่างเช่น จากย่าน Chinatown ต้องการไปเที่ยวที่ย่าน Little India ก็นั่งรถไฟฟ้าไปปร๊าดเดียวถึง

Singapore Map 10
ถ้าไปเที่ยวเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะ 4 มหานครเอกของโลกอย่าง นิวยอร์ค ลอนดอน ปารีส โตเกียว การวางแผนเดินทางก็จะซับซ้อนขึ้นตาม เพราะเราสามารถเลือกเส้นทางได้หลากหลาย ด้วยระบบขนส่งมวลชน อย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน เชื่อมต่อแบบเครือข่ายใยแมงมุม ทำให้การเดินทางสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็ว

โดยสรุปคร่าวๆ

  1. เริ่มจากภาพใหญ่ก่อนว่าต้องการเดินทางไปไหนบ้างในแต่ละเมือง
  2. ลิสต์รายการสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป
  3. ปักหมุดสถานที่สำคัญ
  4. ลากเส้นต่อจุดของแต่ละสถานที่

แม้ว่าสมัยนี้คนจะนิยมหาข้อมูลแบบออนไลน์มากขึ้น เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่บนโทรศัพท์มือถือ ทำให้แผนที่แบบกระดาษจะเริ่มเสื่อมความนิยมลงไป แต่มันก็ยังความขลังและเสน่ห์ในตัวมันไว้ได้เป็นอย่างดี เพราะนักเดินทางหลายต่อหลายคนก็ยังคงใช้แผนที่กระดาษอยู่

ไม่ว่าจะใช้แผนที่กระดาษ แผนที่บนมือถือ หรืออะไรก็ตาม จุดมุ่งหมายของมันคือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้เหมือนกัน การมีแผนที่ไว้กับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ช่วยชั้นยอดในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ทำให้เราเที่ยวได้อย่างมั่นใจขึ้น และประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว

การวางแผนเตรียมตัวไปก่อน ย่อมดีกว่าการไปลุยเอาดาบหน้า จริงไหมครับ

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้