แนวคิดดีๆ 10 ข้อ จาก Jack Ma ชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

jack-ma-1

*ถอดความและเรียบเรียงจาก
บทสัมภาษณ์ Jack Ma ในงาน
World Economic Forum 2015
ที่เมือง Davos, Switzerland

ช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนคงคุ้นหูชื่อ
“หม่า หยุน” หรือ “แจ็ค หม่า”
กันเป็นอย่างดี
ในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน
ชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
ของ Alibaba ยักษ์ใหญ่
แห่งวงการ E-Commerce

อย่างที่เรารู้กันว่า ชีวิตของแจ็ค หม่า
ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
กว่าจะมาถึงวันนี้ได้
เขาได้ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ
ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาอย่างมากมาย

ด้วยเหตุนี้ ชีวประวัติ
และ แนวคิดอันน่าทึ่งของเขานั้น
น่าสนใจจนผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง
ในบทความนี้ครับ

1. การถูกปฏิเสธไม่ใช่เรื่องน่าอาย

แจ็ค เติบโตมาในยุค 60
หลังสิ้นสุดการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน
ชีวิตของเขาโตมาด้วยความยากลำบาก
เขาไม่ใช่เด็กเก่งอะไร
หัวก็ไม่ดี แถมสอบตกเป็นประจำ
ทำให้เขาถูกปฏิเสธ
รับเข้าเรียนในโรงเรียนและมหาลัย
มานับครั้งไม่ถ้วน
พอสมัครเข้าทำงาน
ก็ถูกปฏิเสธอีกกว่า 30 ครั้ง

ช่วงวัยรุ่น
แจ็คเคยสมัครเป็นพนักงานร้าน KFC
(ที่ตอนนั้นมาตั้งในจีนแล้ว)
ตอนนั้นมีคนไปสมัครทั้งหมด 24 คน
และเขาก็เป็นเพียงคนเดียว
ที่ถูกปฏิเสธรับเข้าทำงาน!

เช่นเดียวกับมหาลัย Harvard
ที่ที่เขาลองยื่นเข้าไปเรียนถึง 10 ครั้ง
แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง…
จนเขาพูดอย่างติดตลกกับตัวเองว่า
วันนึงฉันจะไปสอนที่นั่นให้ได้ 😀

หรือแม้กระทั่งช่วงแรกๆที่เขา
ต้องระดมทุนเพื่อทำธุรกิจ
จากกลุ่ม Venture Capitalist
ก็โดนปฏิเสธมาหลายต่อหลายครั้ง
แถมโดนค่อนขอดว่า สิ่งที่เขาทำ
มัน “ไร้สาระ และ ไม่มีทางเวิร์ค”
แต่เขาก็ไม่แคร์ และก้มหน้าก้มตา
ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
ด้วยความเชื่อมั่นอันเต็มเปี่ยม

การถูกปฏิเสธสอนอะไรเรา?
เขาบอกว่า มันรู้สึกแย่เสมอ
เวลาถูกปฏิเสธ
แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้
ย้ำกับตัวเองว่า เรายังไม่ดีพอ
เป็นแรงผลักดันพัฒนาตัวเราให้ดียิ่งขึ้น
และหวังว่าสักวันต้องเป็นวันของเรา

การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
และมันอาจพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
ผมเชื่ออย่างนั้นครับ

2. ภาษาอังกฤษจำเป็นมาก

ในวัยเด็ก
แจ็ค หม่าเป็นเด็กที่ชอบเรียนภาษามาก
โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ
ซึ่งสมัยนั้นในจีนยังไม่มีที่เรียนภาษา
หรือแม้กระทั่งหนังสือภาษาอังกฤษเลย

ด้วยใจรักและความขยันหมั่นเพียร
เป็นเวลากว่า 9 ปี ที่เด็กชายหม่า
ออกจากบ้านไปโรงแรม หางโจว ทุกเช้า
ผูกมิตรกับแขกต่างชาติของโรงแรม
เสนอตัวเป็นไกด์นำเที่ยวให้ฟรี
เพียงเพื่อต้องการฝึกฝนภาษาอังกฤษ

บ่อยครั้งเข้า จนนักท่องเที่ยวแปลกใจ
ในความสามารถด้านภาษาของแจ็คว่า
สามารถพูดภาษาอังกฤษ
ได้เหมือนชาวตะวันตก
(ผมได้ฟังแจ็ค หม่า พูดภาษาอังกฤษ
กับฝรั่งแล้วผมทึ่งมาก พูดชัดสุดๆ
ถ้าฟังแค่เสียง นึกว่าเจ้าของภาษาจริงๆ)

เขาบอกว่า ทุกสิ่งที่เขาได้รับ
จากนักท่องเที่ยวที่โรงแรมนั้น
แตกต่างจากที่ร่ำเรียนมาในห้องเรียน
และได้เปลี่ยนทัศนคติของเขา
ไปโดยสิ้นเชิง

แล้วทำไมถึงต้องชื่อ Jack Ma?
เขาเล่าว่า ชื่อ แจ็ค มาจาก
นักท่องเที่ยวสาวคนนึงตั้งให้
เธอแนะนำว่าควรมีชื่อที่เป็นสากลไว้
เพราะชื่อจีน อ่านออกเสียงยาก
อีกทั้งพ่อกับสามีของเธอชื่อแจ็ค
เหมือนกันโดยบังเอิญ เห็นว่าชื่อนี้ดี
ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ “Jack Ma”

3. การเดินทางคือโอกาสชั้นยอด

ในปี 1995 ระหว่างที่แจ็ค หม่า
เดินทางไปทำงานที่สหรัฐฯ ในฐานะล่าม
และได้ไปหาเพื่อนที่ซีแอตเทิล
ในตอนนั้นเองเขาได้รู้จักกับคำว่า
“อินเทอร์เน็ต” เป็นครั้งแรก
ซึ่งขณะนั้นยังไม่แพร่หลายในจีน
เขาเลยอยากให้คนบ้านเกิดตัวเองรู้ว่า
เจ้าสิ่งนี้ “มันเจ๋งแค่ไหน”

ไอเดียเกิดจากการที่เขาค้นหาคำว่า
“เบียร์” ในอินเทอร์เน็ต ก็พบแต่เบียร์
ที่มาจากญี่ปุ่น เยอรมัน ฯลฯ แต่กลับ
ไม่พบการค้นหาใดๆที่มาจากจีนเลย
และนั่นจึงเป็นก้าวแรกของเว็บไซต์
China Pages
(คล้ายๆสมุดหน้าเหลืองออนไลน์)
ก่อนพัฒนามาเป็น Alibaba ในเวลาต่อมา

สำหรับที่มาของชื่อ Alibaba
แจ็คบอกว่า ต้องการให้มันติดหู
ให้คนรู้จัก และเป็นสากล
อีกทั้งการเริ่มต้นด้วยตัว A
ทำให้คนเสิชเจอได้ง่าย

จากการออกเดินทาง
ทำให้แจ็ค หม่า ค้นพบว่า
โลกนี้มีคนมากมาย รอให้เราได้รู้จัก
และมีโอกาสมากมาย รอให้เราเอื้อมไปคว้ามันมา

4. ให้ความสำคัญกับ”คน”
ลูกค้า > พนักงาน > ผู้ถือหุ้น

ช่วง 3 ปีแรกที่ทำ Alibaba
แจ็คเล่าว่า แทบไม่ได้กำไร
บ่อยครั้งเวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหาร
ขณะที่แจ็คกำลังจ่ายเงิน
เจ้าของร้านมักบอกเขาว่า
“คุณครับ มีคนจ่ายค่าอาหารให้แล้ว”
พร้อมยื่นโน้ตให้

ในโน้ตเขียนไว้ว่า
“สวัสดีครับ คุณหม่า
ผมเป็นลูกค้าบนเว็บ Alibaba
อยากขอบคุณคุณจริงๆ ที่ทำให้ผม
สามารถทำเงินจาก Alibaba ได้มาก
ผมรู้ว่าคุณไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่
งั้นเดี๋ยวผมเลี้ยงค่าอาหารให้คุณเอง”
(แจ็คเล่าไปก็ขำไป คนฟังฮากันทั้งห้อง)

เรียกได้ว่าช่วงนั้น
แจ็คอยู่ได้ด้วยพลังกายและใจ
ของตัวเขาเองและทีมงานล้วนๆ
เข้าคอนเซปต์ ตัวไม่หล่อ พ่อไม่รวย
แบงค์ไม่ช่วย รัฐบาลไม่สนับสนุน
และนั่นทำให้เขาเห็นคุณค่า
ของการทำงานเป็นทีมเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ หลักการบริหารคน
ที่ แจ็ค หม่า ยึดถือมาตลอด คือ
การให้ความสำคัญต่อพนักงานทุกระดับ
โดยเฉพาะตำแหน่งสูงๆ ในระดับผู้จัดการ
หรือแม้กระทั่ง CEO, CFO, CPO
แจ็คจะให้อำนาจแก่พวกเขาเต็มที่
ไว้วางใจคนเหล่านั้นว่าเขาเก่งกว่าเรา
และทำได้ดีกว่าในเรื่องนั้นๆ

เมื่อทำให้ทีมมีความสุข
และเห็นคุณค่าในตนเอง
พวกเขาจะส่งมอบบริการที่ดีให้แก่ลูกค้า
จากนั้นลูกค้าก็จะมีความสุขตาม
และกลับมาใช้บริการอีก

5. ความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบ
คือหัวใจของธุรกิจ

จากประสบการณ์ที่เคยทำงาน
เป็นล่ามให้กับหน่วยงานรัฐบาลมาก่อน
แจ็คมีความคิดว่า การทำธุรกิจ
ไม่ควรดึงรัฐบาลมาเกี่ยวข้อง
ธุรกิจ E-Commerce ควรเติบโต
และยืนได้ด้วยตัวของมันเอง

การทำ E-Commerce ความน่าเชื่อถือ
ความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้า สำคัญมาก
โดยเฉพาะเรื่องระบบการจ่ายเงิน
เพราะจะทำให้บริษัทเดินต่อไปได้

แจ็คบอกว่าเขาอยากให้ Alibaba
เป็น Online Shopping Site
มากกว่าแค่ E-Market Place
ที่ใช้แค่คุยกัน (นานแสนนาน) แล้วก็จบ
ไม่ได้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน

เพื่อตอบสนองความต้องการนี้
Alipay จึงถูกสร้างขึ้นมา โดยได้
แรงบันดาลใจจาก Escrow
(ตัวกลางสำหรับ โอน/รับเงิน
เหมือนกับ Paypal)

แม้ว่าช่วงแรกๆจะถูกกระแสคัดค้าน
จากคนรอบข้างอีกทั้งความเสี่ยงต่อ
ข้อกฎหมายและการติดคุก
หากเกิดการทุจริตในระบบขึ้นมา
แต่ก็เขาก็ยืนยันคำเดิมว่า “ต้องมี”
และถ้ามีเหตุเกิดขึ้นจริง
ตัวเขาเองก็เพร้อมที่จะติดคุก
(เรียกได้ว่าเทหมดหน้าตักเลย)

แจ็คเป็นคนที่เด็ดเดี่ยว และ
เชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูง
แม้ว่า Alibaba จะโดนกล่าวหาว่า
ระบบแย่ ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้
แต่เขาก็คิดเสมอว่า
ตราบใดที่มีคนใช้เยอะ
แสดงว่ามันยังโอเคอยู่
จากนั้นก็ค่อยปรับแก้กันไป
จนกระทั่งระบบเริ่มใช้งานได้ดี

6. ช่วยเหลือผู้อื่นก่อน แล้วเงินจะตามมาเอง

ครั้งหนึ่ง
ระบบการจำหน่ายตั๋วรถไฟจีนมีปัญหา
ทำให้ชาวนาหลายพันคนติดอยู่ที่สถานี
ไม่ได้กลับบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน
รัฐบาลจึงขอความช่วยเหลือ
มาที่แจ็คและทีมของเขา

แจ็คส่งคนเข้าไปช่วยเหลือทันที
โดยไม่หวังผลตอบแทน
และด้วยความทันสมัยของอินเทอร์เน็ต
ทำให้คนสามารถซื้อตั๋ว
ผ่านมือถือได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอ

แจ็ค บอกว่า เขาไม่ได้ทำเพื่อหวังผลใดๆ
ไม่ได้ทำเพื่อเงิน ไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาล
แต่เขาทำเพื่อคนนับล้านต่างหาก

และเขามักพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า

“เมื่อคุณมีเงิน 1 ล้านดอลล่าร์
นั่นคือเงินของคุณ…
เมื่อคุณมีเงิน 20 ล้านดอลล่าร์
คุณอาจมีปัญหาแล้ว…
เมื่อคุณมีเงิน 1,000 ล้านดอลล่าร์
นั่นไม่ใช่เงินของคุณ…

แต่มันคือความเชื่อมั่น
ที่สังคมตอบแทนให้คุณ
พวกเขาเชื่อว่า คุณสามารถ
บริหารจัดการเงินนั้นได้
พวกเขายังเชื่ออีกว่า
คุณสามารถรู้จักใช้เงินนั้น
ได้ดีกว่ารัฐบาล และดียิ่งกว่าใครๆ”

หลังจากวันที่ Alibaba
แจ้งเกิดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ด้วยสถิติ IPO สูงที่สุด
ในประวัติศาสตร์สหรัฐ
(ราวๆ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ
ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ
8 แสนล้านบาท !!!)

เขาบอกกับทุกคนว่า
“นี่คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่มาก และ
เขาจะทำให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทน
ความเชื่อมั่นของคนทั้งโลกที่มีต่อเขา”

7. ฝันให้ไกลและต้องไปให้ถึง

เมื่อปีก่อน คนจากสถานทูตสหรัฐ
ติดต่อมาที่แจ็ค ต้องการให้เขา
ช่วยเหลือเกษตรกรชาวอเมริกัน
ในมลรัฐวอชิงตัน ขายเชอร์รี่
แจ็คบอกจะลองดูให้
ซึ่งประจวบเหมาะกับมีความต้องการ
สั่งซื้อในจีนอยู่พอดี

ขณะที่เชอร์รี่ยังอยู่บนต้นอยู่
แจ็คเริ่มเปิดให้คน Pre-order เข้ามา
จนกระทั่งพร้อมเก็บเกี่ยว
เชอร์รี่กว่า 300 ตัน ก็ถูกสั่งซื้อ
โดยกว่า 80,000 ครัวเรือนในจีน
ใช้เวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง
ของก็ถูกส่งมาถึง

แจ็คทำให้ผู้ขายและผู่้ซื้อ
ซึ่งอยู่กันคนละมุมโลกได้มาเจอกัน
เกิดดีลที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้
แถมยัง Win-Win ด้วยทั้งสองฝ่าย

ตั้งแต่นั้นมา
ฝันของแจ็คก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เขามีความฝันที่จะสร้างเครือข่าย
E-Commerce ที่สามารถ
ตอบสนองความต้องการ
ของผู้บริโภคชาวจีนและชาติอื่นๆทั่วโลก

นอกจากนี้
เขายังได้ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก
สนับสนุนการค้าขายระหว่างประเทศ
ที่สามารถสร้างรายได้
สร้างงานให้กับคนนับล้าน
และทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

7. เปี่ยมล้นไปด้วยแรงบันดาลใจ

แจ็คเป็นคนชอบดูหนังมาก โดยเฉพาะ
หนังฮอลลีวู้ด เรื่อง “Forrest Gump”
ที่เป็นหนังในดวงใจของเขา
และยึดถือเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต

แจ็คเล่าว่า Forrest คือตัวละคร
ที่เราควรเรียนรู้จากเขา ให้มากๆ

Forrest อาจดูเหมือนคนโง่
ในสายตาคนอื่น แต่เขาไม่เคยแคร์
เสียงภายในจิตใจ Forrest
ดังกว่าเสียงจากภายนอกเสมอ
เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร
และทำไปเพื่ออะไร…
สำคัญที่สุดคือ ต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ
ใจสู้และไม่ยอมแพ้

“ชีวิตก็เหมือนกับกล่องใส่ช็อคโกแล็ต
เราไม่มีวันรู้เลยว่าชีวิตจะเจอกับอะไรบ้าง”

ต่อยอดจากประเด็นเรื่องหนัง
แจ็คให้นิยามคำว่า “ฮีโร่” ไว้ว่า

ในมุมมองของคนอเมริกัน ฮีโร่ คือ
การที่ตัวเอกผ่านเรื่องแย่ๆมาก่อน
ก่อนจะพัฒนาตัวเอง ลุกขึ้นสู้
จนได้ชัยชนะกลับมาและเป็นฮีโร่ในที่สุด

เมื่อมองกลับมาที่หนังจีน
เขาพบว่าหลายต่อหลายเรื่อง
ตัวเอกมักตายตอนจบ
ฮีโร่ต้องตายถึงเป็นที่จดจำ
ทำให้คนจีนส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นฮีโร่

ด้วยเหตุนี้ แจ็คเลยมีความคิด
อยากสร้างหนังที่เกี่ยวกับ
การสร้างตัว เริ่มต้นจากศูนย์
From Zero to Hero ให้คนจีนได้ดู
เพื่อปลุกกระแสคนในชาติว่า
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

8. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล

นอกจากดูหนังฮอลลีวู้ด
แจ็คยังชอบอ่านนิยายกังฟูจีน
ในเวลาเหนื่อยๆหรือท้อแท้

หลักการของกังฟูนั้นเรียบง่าย
แค่อาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
มีอาจารย์ที่ดีและมิตรสหายข้างกาย
คุณก็สามารถเป็นเจ้าแห่งยุทธภพได้

แจ็คดำเนินชีวิตตามปรัชญาไท้เก๊ก
ใช้หลักหยินหยางสร้างความสมดุล
ให้กับชีวิตและธุรกิจมาโดยตลอด

เขาบอกว่าไม่เคยกลัว eBay
ที่ขนาดใหญ่กว่า คนเยอะกว่า
และเป็นคู่แข่งโดยตรง

หากคุณอยู่ข้างบน ฉันจะอยู่ข้างล่าง
หากคุณตัวใหญ่ ฉันจะทำตัวให้เล็กไว้
และประโยชน์ของการทำตัวให้เล็ก คือ
สามารถกระโดดได้สูงกว่า ไกลกว่า
ขณะที่คุณตัวใหญ่กว่า แต่กระโดดไม่ได้

ไม่ว่าตัวเล็กหรือตัวใหญ่
ล้วนมีจุดอ่อนจุดแข็งแตกต่างกันไป
เพียงแต่เราต้องรู้จักยืดหยุ่น
ไปตามสถานการณ์
และปัญหาทุกเรื่องมีทางออกเสมอ

ธุรกิจคือการแข่งขัน
และการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องสนุก
ธุรกิจไม่ใช่สนามรบ
ที่ถ้าคุณตายแล้วฉันจะชนะเสมอไป
บางทีหากคุณตาย
ฉันอาจไม่มีวันชนะก็เป็นได้

ไท้เก๊กสอนอะไรเราเยอะมากๆ

9. ความสำเร็จอยู่ที่ตัวเราเอง

การถ่อมตนคือนิสัยอย่างหนึ่ง
ของคนที่ประสบความสำเร็จ

แม้ว่า Alibaba Group
จะประสบความสำเร็จอย่างมากมาย
แต่แจ็คก็ยังมองว่า พวกเขายังไม่ดีพอ
ในแบบที่หลายคนคิด
Alibaba Group เป็นเพียงแค่บริษัท
ของคนหนุ่มสาวที่มีอายุ 15 ปีเท่านั้น
ยังต้องพัฒนาอีกมาก

วิธีดูว่าคนไหน
จะประสบความสำเร็จหรือไม่
ให้ดูที่เวลาทำอะไรผิดพลาด

คนล้มเหลวจะเริ่มบ่น
และกล่าวโทษคนรอบข้าง
ขณะที่คนสำเร็จจะเลิกโทษคนอื่น
และจะหันกลับมามองตัวเอง

แจ็คกล่าวว่า ถ้าคุณอยากเปลี่ยนโลก
คุณต้องเปลี่ยนต้วเองให้ได้ก่อน

10. แบ่งปันความรู้ให้คนรุ่นหลัง

แจ็ควิตกกังวลกับคนหนุ่มสาวสมัยนี้
ที่กำลังขาดความหวัง ขาดวิสัยทัศน์
และเริ่มบ่นท้อแท้เมื่อชีวิตมาถึงทางตัน

หลังเกษียณ แจ็คเลยมีความคิด
อยากผันตัวเองไปเป็นครู
นำประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมา
สอนให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงแนวคิด
เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่

############################

ปัจจุบัน มีคนซื้อขายของบนเว็บไซต์
Alibaba กว่า 100 ล้านคน ทุกๆวัน
สามารถสร้างงาน สร้างรายได้
(ทั้งทางตรงและทางอ้อม)
ให้คนจีนกว่า 14 ล้านคน

ความยิ่งใหญ่ของ Alibaba
เริ่มต้นจากทีมงานเพียง 18 คน
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็น 30,000 คน
จากอพาร์ทเมนต์เล็กๆ
สู่บริษัทยักษ์ใหญ่

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย
แต่เกิดจากการทำงานหนัก
อุทิศแรงกาย แรงใจ
มาอย่างต่อเนื่อง
ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี

No Pain No Gain
ชีวิตคนเรา ถ้าไม่เจ็บก็จะไม่จำ
ถ้าหากไม่เคยล้ม
แล้วเราจะรู้วิธีลุกได้อย่างไร?

และนี่คือคุณสมบัติ 3 ข้อ
ของคนประสบความสำเร็จ
ที่ผมสังเกตเห็นได้จาก แจ็ค หม่า

1. เก่งงาน ทำงานดี มีวิสัยทัศน์
2. เก่งคน เป็นทั้งผู้นำ และผู้ตามที่ดี
3. เก่งพูด แนวคิดดี โน้มน้าวใจผู้ฟัง

แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือ
ความมุมานะ พยายาม
ใจสู้ ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย

แม้ว่าจะถูกปฏิเสธมากี่หน
แม้ว่าจะล้มมากี่ครั้ง
แต่ก็ลุกขึ้นมาได้เสมอ
ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีชายที่ชื่อ “แจ็ค หม่า” เหมือนเช่นทุกวันนี้

Credit: Storylog

Comments

comments

Related posts:

Share

Panupong Yokyongsakul

The Tourist Diary เกิดขึ้นจากความรักและความหลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง-ท่องเที่ยวของผมและครอบครัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการบอกเล่าและแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยว ผ่านตัวอักษรและภาพถ่าย ในมุมมอง ความรู้สึก จากสายตาและหัวใจ ของนักเดินทางธรรมดาๆคนหนึ่ง ให้แก่เพื่อนเดินทางที่มีความต้องการในการเติมเต็มความฝันของชีวิตด้วยการท่องโลกใบนี้